ชวนสัมผัสธรรมชาติ เรียนรู้วิถีเกษตรกับกิจกรรม “ท่องเที่ยวชุมชน อำเภอคลองหลวง”

เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2563 ที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ นำโดย ผศ.ดร.สุพจน์ ทรายแก้ว อธิการบดี และ ผศ.ดร. ภิญญาพัชญ์ นาคภิบาล อาจารย์ประจำสาขาวิชาการบริหารธุรกิจ พร้อมทั้ง ผศ.ละเอียด ขจรภัย อาจารย์ประจำสาขาวิชานิเทศศาสตร์ จับมือผู้นำชุมชนในอำเภอคลองหลวง เปิดตัวโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนในพื้นที่ อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ภายใต้แคมเปญ “ท่องเที่ยวชุมชน อำเภอคลองหลวง”

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์กระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวในชุมชน การเรียนรู้วิถีเกษตรพอเพียง อนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น และเพิ่มการจับจ่ายใช้สอยในชุมชน โดยมี 3 ชุมชนต้นแบบ ในอำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ได้แก่ คลอง 3 คลอง 5 และ คลอง 6

ผศ.ดร.สุพจน์ ทรายแก้ว อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่ากิจกรรม “ท่องเที่ยวชุมชน อำเภอคลองหลวง” จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน เรียนรู้วิถีเกษตรตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และเกษตรทฤษฎีใหม่ เพิ่มรายได้ให้ชุมชน เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน

“มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ฯ เราเป็นมหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น มีนโยบายในการส่งเสริม สนับสนุนให้ชุมชนท้องถิ่นได้มีการสร้างงาน ซึ่งการจ้างงานนี้ถือว่าเป็นหัวใจสำคัญเพราะว่าจัดเป็นเศรษฐกิจฐานราก ถ้าหากว่าชุมชนมีรายได้ มีงานทำ ทุกอย่างก็จะไปได้ด้วยดี และหากชุมชนอยู่รอด สังคมไทยก็จะอยู่รอด โดยขณะนี้ผลกระทบจากสถานการณ์โรคโควิด-19 ได้ทำให้เกิดปัญหาทางเศรษฐกิจหลายอย่าง ทางมหาวิทยาลัยฯ ได้รับนโยบายจาก กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ให้มาช่วยสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้มั่นคง โดยที่ไม่ต้องเน้นการส่งออก หรือเน้นการใช้เทคโนโลยีสูงๆ เข้ามาช่วย แต่เน้นการจัดการเพื่อปากท้องของประชาชน ในรูปแบบของเศรษฐกิจชุมชนครับ หากมีผลผลิตทางการเกษตรสิ่งใดเหลือก็นำมาแปรรูป”

ผศ.ดร.สุพจน์ เผยอีกว่า มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ฯ มีความพร้อมในด้านการส่งเสริมอาชีพในชุมชน โดยมหาวิทยาลัยมีทั้งแผนกอาหาร แผนกออกแบบเครื่องแต่งกาย นอกจากนี้ภายในชุมชนรอบๆ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ฯ วิทยาเขตสระแก้ว ยังมีศักยภาพด้านผ้าทอมือที่สามารถนำมาต่อยอดแปรรูปได้อีกมากมาย

“กิจกรรม “ท่องเที่ยวชุมชน อำเภอคลองหลวง” ได้รับการตอบรับจากชุมชนเป็นอย่างดี สำหรับในจังหวัดปทุมธานีมี 25 หมู่บ้าน กระจายกันไป ทั้งสามโคก คลองหลวง หนองเสือ ส่วนที่จังหวัดสระแก้วมีอีกประมาณ 30 ชุมชน มีการส่งเสริมให้ชุมชนทำเกษตรอินทรีย์ และแปรรูปอาหาร”

ผศ.ดร. ภิญญาพัชญ์ นาคภิบาล อาจารย์ประจำสาขาวิชาการบริหารธุรกิจ และ ผศ.ละเอียด ขจรภัย อาจารย์ประจำสาขาวิชานิเทศศาสตร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “การจัดโครงการ “ท่องเที่ยวชุมชน อำเภอคลองหลวง” ถือเป็นการส่งเสริมให้กลุ่มนักท่องเที่ยวทั้ง 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มวัยทำงาน และกลุ่มครอบครัว โดยแต่ละกลุ่มจะมีจุดเด่น หรือพฤติกรรมที่ทั้งแตกต่าง และคล้ายกัน คือทุกคนต่างอยากมีสุขภาพที่ดีทั้งตนเองและครอบครัว อยากบริโภคอาหารปลอดภัย และอยากสัมผัสเรียนรู้วิถีชีวิตของคนในชุมชนอย่างแท้จริง พร้อมทั้งเป็นการเพิ่มคุณค่าของการไปท่องเที่ยว ที่เราได้เที่ยว ชุมชนมีรายได้ ภูมิปัญญาในท้องถิ่นถูกสืบสานต่อไปอย่างยั่งยืน”

เส้นทางการท่องเที่ยวในกิจกรรม “ท่องเที่ยวชุมชน อำเภอคลองหลวง” เริ่มต้นที่ ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านคลองสาม ซึ่งอยู่ในบริเวณบ้านของ นางสาวรุ่งนภา แก้วธรรม ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 16 ต.คลองสาม ซึ่งได้พลิกฟื้นสวนที่รกร้างเพราะขาดการดูแลมาจัดการในรูปแบบสวนเกษตรผสมผสาน

ที่นี่มีความร่มรื่นเพราะแวดล้อมด้วยไม้ผล ไม้ยืนต้น ที่ปลูกสลับกับพืชผักนานาชนิด ยกตัวอย่างเช่น ไผ่ซัมกุง กล้วย น้อยหน่า พร้อมทั้งมีร้านกาแฟ และร้านของฝาก

ในสวนมีการยกร่องสลับกับแปลงปลูกต้นไม้ โดยในคูน้ำก็เลี้ยงปลา เลี้ยงกบ ไปด้วย แถมยังมีการตกแต่งอย่างสวยงาม มีมุมพักผ่อนหย่อนใจ มีสะพานไม้สวยๆ และสะพานวัดใจให้เลือก

นอกจากนี้ยังมีการสาธิตการทำเดโคพลาส หรือเดคูพาจ ซึ่งเป็นการนำกระดาษลายต่างๆ หรือรูปภาพต่างๆ มาติดบนหมวก เพิ่มความสวยงาม และเป็นอาชีพเสริม

จุดที่สองคือ สวนเกษตรอินทรีย์ คลองห้า (สวนผักลุงผู้ใหญ่) เป็นสวนของผู้ใหญ่บ้านที่ทำการคิดค้นดินเพื่อปลูกผักสลัดโดยเฉพาะ ซึ่งที่นี่ผู้ที่มาเยี่ยมชมจะได้เรียนรู้การเตรียมดินเพื่อปลูกผักสลัด วิธีการปลูกผักสลัด การทำแปลงปลูกผักยกพื้น

พร้อมทั้งจำหน่ายผักสลัด ดินปลูกผักสลัด ตลอดจนพืชผักท้องถิ่นอีกด้วย

ถัดไปเราไปชมการทำพิชซาจากเห็ดนางฟ้าภูฐาน ที่ศูนย์เรียนรู้สัมมาชีพชุมชน ตำบลคลองหก (อดุลย์คลองหลวงฟาร์ม)

ที่นี่ยังมีโรงเรือนเห็ดนางฟ้าภูฐาน และนาบัวฉัตรบงกช สีขาว ที่มีสะพานไม้ทอดยาวพาดผ่าน

จุดต่อไปไปชมดอกบัวพันธุ์ต่างประเทศสวยๆ ที่ปลูกไว้เพื่อบรรจุในโหลแก้ว เป็นของฝาก ของที่ระลึก ที่ศูนย์เรียนรู้บัวคลองห้า ซึ่งที่นี่มีกิจกรรมให้ผู้สนใจได้ทดลองทำด้วยตนเอง และนำผลงานฝีมือตนเองกลับไปในราคา 2,500 บาทต่อคน อีกด้วย

ปิดท้ายกิจกรรม “ท่องเที่ยวชุมชน อำเภอคลองหลวง” ที่ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านคลองห้า พร้อมซื้อสินค้ากลับบ้านที่ตลาดชุมชนวิถีพอเพียงบ้านคลองห้าแห่งนี้

สำหรับที่ตั้งของตลาดอยู่ในทำเลที่ดี ตั้งอยู่ริมถนน และมีอาคารสำหรับนั่งชมวิวมองเห็นทุ่งนา

ที่นี่มีการสาธิตการทำหมี่กรอบส้มซ่า ซึ่งเป็นของดี ของดัง ของชุมชนนี้ พร้อมกับมีสินค้าท้องถิ่นมาจำหน่ายในราคาย่อมเยา

สำหรับโครงการ “ท่องเที่ยวชุมชน อำเภอคลองหลวง” เริ่มเปิดจองให้ผู้ที่สนใจได้สัมผัสประสบการณ์แปลกใหม่เชิง วิถีเกษตรพอเพียงแล้ว วันนี้ ท่านผู้ที่สนใจติดต่อได้ที่ คุณนิตยา ทิพาพงษ์ผกาพัน (คุณนิด) โทร. 081-734-9955

การท่องเที่ยวชุมชนมีทั้งแบบ 1 วัน และ 2 วัน 1 คืน การส่งเสริมการท่องเที่ยวในครั้งนี้ ถือเป็นการส่งเสริมรายได้เข้าสู่ชุมชนอีกทางหนึ่ง นับเป็นการเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้และเข้ามาสัมผัสวิถีชีวิตของคนในชุมชนอย่างแท้จริง รวมทั้งส่งเสริมรายได้เข้าสู่ชุมชนผ่านนักท่องเที่ยว นอกจากนี้ในแต่ละชุมชนยังสามารถสืบสานภูมิปัญญาในท้องถิ่นของตนที่มีเอกลักษณ์ สืบทอดต่อไป อย่างยั่งยืนได้อีกด้วย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *