ชวนสัมผัสธรรมชาติ เรียนรู้วิถีเกษตรกับกิจกรรม “ท่องเที่ยวชุมชน อำเภอคลองหลวง”

0 0
Read Time:5 Minute, 21 Second

เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2563 ที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ นำโดย ผศ.ดร.สุพจน์ ทรายแก้ว อธิการบดี และ ผศ.ดร. ภิญญาพัชญ์ นาคภิบาล อาจารย์ประจำสาขาวิชาการบริหารธุรกิจ พร้อมทั้ง ผศ.ละเอียด ขจรภัย อาจารย์ประจำสาขาวิชานิเทศศาสตร์ จับมือผู้นำชุมชนในอำเภอคลองหลวง เปิดตัวโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนในพื้นที่ อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ภายใต้แคมเปญ “ท่องเที่ยวชุมชน อำเภอคลองหลวง”

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์กระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวในชุมชน การเรียนรู้วิถีเกษตรพอเพียง อนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น และเพิ่มการจับจ่ายใช้สอยในชุมชน โดยมี 3 ชุมชนต้นแบบ ในอำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ได้แก่ คลอง 3 คลอง 5 และ คลอง 6

ผศ.ดร.สุพจน์ ทรายแก้ว อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่ากิจกรรม “ท่องเที่ยวชุมชน อำเภอคลองหลวง” จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน เรียนรู้วิถีเกษตรตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และเกษตรทฤษฎีใหม่ เพิ่มรายได้ให้ชุมชน เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน

“มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ฯ เราเป็นมหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น มีนโยบายในการส่งเสริม สนับสนุนให้ชุมชนท้องถิ่นได้มีการสร้างงาน ซึ่งการจ้างงานนี้ถือว่าเป็นหัวใจสำคัญเพราะว่าจัดเป็นเศรษฐกิจฐานราก ถ้าหากว่าชุมชนมีรายได้ มีงานทำ ทุกอย่างก็จะไปได้ด้วยดี และหากชุมชนอยู่รอด สังคมไทยก็จะอยู่รอด โดยขณะนี้ผลกระทบจากสถานการณ์โรคโควิด-19 ได้ทำให้เกิดปัญหาทางเศรษฐกิจหลายอย่าง ทางมหาวิทยาลัยฯ ได้รับนโยบายจาก กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ให้มาช่วยสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้มั่นคง โดยที่ไม่ต้องเน้นการส่งออก หรือเน้นการใช้เทคโนโลยีสูงๆ เข้ามาช่วย แต่เน้นการจัดการเพื่อปากท้องของประชาชน ในรูปแบบของเศรษฐกิจชุมชนครับ หากมีผลผลิตทางการเกษตรสิ่งใดเหลือก็นำมาแปรรูป”

ผศ.ดร.สุพจน์ เผยอีกว่า มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ฯ มีความพร้อมในด้านการส่งเสริมอาชีพในชุมชน โดยมหาวิทยาลัยมีทั้งแผนกอาหาร แผนกออกแบบเครื่องแต่งกาย นอกจากนี้ภายในชุมชนรอบๆ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ฯ วิทยาเขตสระแก้ว ยังมีศักยภาพด้านผ้าทอมือที่สามารถนำมาต่อยอดแปรรูปได้อีกมากมาย

“กิจกรรม “ท่องเที่ยวชุมชน อำเภอคลองหลวง” ได้รับการตอบรับจากชุมชนเป็นอย่างดี สำหรับในจังหวัดปทุมธานีมี 25 หมู่บ้าน กระจายกันไป ทั้งสามโคก คลองหลวง หนองเสือ ส่วนที่จังหวัดสระแก้วมีอีกประมาณ 30 ชุมชน มีการส่งเสริมให้ชุมชนทำเกษตรอินทรีย์ และแปรรูปอาหาร”

ผศ.ดร. ภิญญาพัชญ์ นาคภิบาล อาจารย์ประจำสาขาวิชาการบริหารธุรกิจ และ ผศ.ละเอียด ขจรภัย อาจารย์ประจำสาขาวิชานิเทศศาสตร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “การจัดโครงการ “ท่องเที่ยวชุมชน อำเภอคลองหลวง” ถือเป็นการส่งเสริมให้กลุ่มนักท่องเที่ยวทั้ง 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มวัยทำงาน และกลุ่มครอบครัว โดยแต่ละกลุ่มจะมีจุดเด่น หรือพฤติกรรมที่ทั้งแตกต่าง และคล้ายกัน คือทุกคนต่างอยากมีสุขภาพที่ดีทั้งตนเองและครอบครัว อยากบริโภคอาหารปลอดภัย และอยากสัมผัสเรียนรู้วิถีชีวิตของคนในชุมชนอย่างแท้จริง พร้อมทั้งเป็นการเพิ่มคุณค่าของการไปท่องเที่ยว ที่เราได้เที่ยว ชุมชนมีรายได้ ภูมิปัญญาในท้องถิ่นถูกสืบสานต่อไปอย่างยั่งยืน”

เส้นทางการท่องเที่ยวในกิจกรรม “ท่องเที่ยวชุมชน อำเภอคลองหลวง” เริ่มต้นที่ ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านคลองสาม ซึ่งอยู่ในบริเวณบ้านของ นางสาวรุ่งนภา แก้วธรรม ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 16 ต.คลองสาม ซึ่งได้พลิกฟื้นสวนที่รกร้างเพราะขาดการดูแลมาจัดการในรูปแบบสวนเกษตรผสมผสาน

ที่นี่มีความร่มรื่นเพราะแวดล้อมด้วยไม้ผล ไม้ยืนต้น ที่ปลูกสลับกับพืชผักนานาชนิด ยกตัวอย่างเช่น ไผ่ซัมกุง กล้วย น้อยหน่า พร้อมทั้งมีร้านกาแฟ และร้านของฝาก

ในสวนมีการยกร่องสลับกับแปลงปลูกต้นไม้ โดยในคูน้ำก็เลี้ยงปลา เลี้ยงกบ ไปด้วย แถมยังมีการตกแต่งอย่างสวยงาม มีมุมพักผ่อนหย่อนใจ มีสะพานไม้สวยๆ และสะพานวัดใจให้เลือก

นอกจากนี้ยังมีการสาธิตการทำเดโคพลาส หรือเดคูพาจ ซึ่งเป็นการนำกระดาษลายต่างๆ หรือรูปภาพต่างๆ มาติดบนหมวก เพิ่มความสวยงาม และเป็นอาชีพเสริม

จุดที่สองคือ สวนเกษตรอินทรีย์ คลองห้า (สวนผักลุงผู้ใหญ่) เป็นสวนของผู้ใหญ่บ้านที่ทำการคิดค้นดินเพื่อปลูกผักสลัดโดยเฉพาะ ซึ่งที่นี่ผู้ที่มาเยี่ยมชมจะได้เรียนรู้การเตรียมดินเพื่อปลูกผักสลัด วิธีการปลูกผักสลัด การทำแปลงปลูกผักยกพื้น

พร้อมทั้งจำหน่ายผักสลัด ดินปลูกผักสลัด ตลอดจนพืชผักท้องถิ่นอีกด้วย

ถัดไปเราไปชมการทำพิชซาจากเห็ดนางฟ้าภูฐาน ที่ศูนย์เรียนรู้สัมมาชีพชุมชน ตำบลคลองหก (อดุลย์คลองหลวงฟาร์ม)

ที่นี่ยังมีโรงเรือนเห็ดนางฟ้าภูฐาน และนาบัวฉัตรบงกช สีขาว ที่มีสะพานไม้ทอดยาวพาดผ่าน

จุดต่อไปไปชมดอกบัวพันธุ์ต่างประเทศสวยๆ ที่ปลูกไว้เพื่อบรรจุในโหลแก้ว เป็นของฝาก ของที่ระลึก ที่ศูนย์เรียนรู้บัวคลองห้า ซึ่งที่นี่มีกิจกรรมให้ผู้สนใจได้ทดลองทำด้วยตนเอง และนำผลงานฝีมือตนเองกลับไปในราคา 2,500 บาทต่อคน อีกด้วย

ปิดท้ายกิจกรรม “ท่องเที่ยวชุมชน อำเภอคลองหลวง” ที่ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านคลองห้า พร้อมซื้อสินค้ากลับบ้านที่ตลาดชุมชนวิถีพอเพียงบ้านคลองห้าแห่งนี้

สำหรับที่ตั้งของตลาดอยู่ในทำเลที่ดี ตั้งอยู่ริมถนน และมีอาคารสำหรับนั่งชมวิวมองเห็นทุ่งนา

ที่นี่มีการสาธิตการทำหมี่กรอบส้มซ่า ซึ่งเป็นของดี ของดัง ของชุมชนนี้ พร้อมกับมีสินค้าท้องถิ่นมาจำหน่ายในราคาย่อมเยา

สำหรับโครงการ “ท่องเที่ยวชุมชน อำเภอคลองหลวง” เริ่มเปิดจองให้ผู้ที่สนใจได้สัมผัสประสบการณ์แปลกใหม่เชิง วิถีเกษตรพอเพียงแล้ว วันนี้ ท่านผู้ที่สนใจติดต่อได้ที่ คุณนิตยา ทิพาพงษ์ผกาพัน (คุณนิด) โทร. 081-734-9955

การท่องเที่ยวชุมชนมีทั้งแบบ 1 วัน และ 2 วัน 1 คืน การส่งเสริมการท่องเที่ยวในครั้งนี้ ถือเป็นการส่งเสริมรายได้เข้าสู่ชุมชนอีกทางหนึ่ง นับเป็นการเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้และเข้ามาสัมผัสวิถีชีวิตของคนในชุมชนอย่างแท้จริง รวมทั้งส่งเสริมรายได้เข้าสู่ชุมชนผ่านนักท่องเที่ยว นอกจากนี้ในแต่ละชุมชนยังสามารถสืบสานภูมิปัญญาในท้องถิ่นของตนที่มีเอกลักษณ์ สืบทอดต่อไป อย่างยั่งยืนได้อีกด้วย

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %

Average Rating

5 Star
0%
4 Star
0%
3 Star
0%
2 Star
0%
1 Star
0%

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Category Posts