[รีวิว] “Dune – ดูน” หนังที่รวมดาราดังคับคั่ง

“Dune – ดูน” ภาพยนตร์ที่สร้างจากนวนิยายวิทยาศาสตร์ปี 1965 โดย แฟรงก์ เฮอร์เบิร์ต จะเข้าฉายวันที่ 21 ตุลาคมนี้ เชื่อว่าแฟนๆ ต่างรอคอยที่จะชมกันอย่างใจจดใจจ่อ เพราะมีดาราชื่อดังร่วมแสดงมากมาย นำทีมโดย ทิโมธี ชาลาเมต์ จาก Call Me by Your Name

อีกทั้งยังมี รีเบ็คก้า เฟอร์กูสัน และ ออสการ์ ไอแซค ที่รับบทแม่และพ่อของพระเอกตามลำดับ ร่วมด้วย จอช โบรลิน, สเตลแลน สการ์สการ์ด, เดฟ บอทิสตา, เซนเดย์อา, จาง เจิ้น, เจสัน โมโมอา และฮาเวียร์ บาร์เด็ม ภาพยนตร์กำกับการแสดงโดย เดอนี วีลเนิฟว์ ที่โด่งดังจาก Sicario, Arrival และ Blade Runner 2049 ทำให้แฟนๆ ต่างคาดหวังกันเป็นพิเศษ

“Dune – ดูน” เล่าเรื่องราวของ พอล อะทรีเดส (ทิโมธี ชาลาเมต์) เด็กหนุ่มที่เกิดมาพร้อมกับโชคชะตาอันยิ่งใหญ่เกินกว่าจะหยั่งถึง เขามักฝันถึงหญิงสาวคนหนึ่งซ้ำไปซ้ำมา ทว่าเรื่องราวในความฝันก็คล้ายกับเป็นนิมิตของเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

และแล้ววันหนึ่ง พอลก็ต้องเดินทางไปยังดาวเคราะห์ที่เขาฝันเห็นบ่อยๆ เพราะครอบครัวของเขาได้รับบัญชาจากองค์จักรพรรดิให้ไปควบคุมการเก็บเกี่ยวทรัพยากรอันล้ำค่าจากที่นั่น โดยเขาค่อยๆ ทราบว่ามันเป็นแผนการทางการเมืองสุดชั่วร้าย และต้องขัดแย้งกับชนพื้นเมืองที่อาศัยอยู่ที่นั่นมาก่อน ซึ่งการเดินทางครั้งนี้จะทำให้เขาได้ใช้ศักยภาพที่แท้จริงของตนเองเพื่อหนทางแห่งการเอาชีวิตรอด

สำหรับความรู้สึกหลังชม แอดมินรู้สึกว่าเวลาที่กำลังดูมักจะพาให้นึกถึง หรือเทียบเคียงกับภาพยนตร์สงครามจักรวาลสุดคลาสสิกอย่าง สตาร์ วอร์ส ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวทางการเมือง การทรยศ การแย่งชิงทรัพยากร การไล่ล่าชนพื้นเมือง ยานอวกาศสุดล้ำ ไปจนถึงพลังพิเศษบางอย่าง

ส่วนที่ชอบอีกก็คือภาพทะเลทรายสวยๆ ในบางฉาก กับดนตรีประกอบแสนอลังการจากฝีมือ ฮันส์ ซิมเมอร์ ด้านของตัวละคร บางตัวละครก็ทำให้ครุ่นคิดว่ามีปมอะไรซ่อนเร้นอยู่หรือเปล่า

คุณ Mosdc Pk บอกว่า “ก่อนจะเริ่มรีวิวขอให้คะแนนก่อนเลยแล้วกันนะทุกคน สำหรับหนังเรื่องนี้ เราให้ 7.5 / 10 ขอย้ำว่าเป็นความคิดเห็นส่วนตัวล้วนๆ บอกก่อนว่าหนังเรื่องนี้ไม่เหมาะกับคนที่ไม่ชอบหนังที่เดินเรื่องเนิบๆ ช้าๆ นะ เป็นหนังที่ค่อนข้างต้องใช้สมาธิ และต้องเปิดใจมากพอสมควร…ซึ่งถ้าใครชอบก็ชอบเลย แต่ถ้าไม่ชอบ ก็คืออาจจะเกลียดไปเลยเช่นกัน ส่วนตัวเราโอเคนะ ก็ไม่ได้รู้สึกแย่อะไร แม้จะมีความรู้สึกขัดใจนิดหน่อยในช่วงแรก 

“ขอเริ่มที่ “ข้อดี…จุดที่ชอบ” ก่อนละกัน คือเราค่อนข้างชอบวิธีการดึงอารมณ์คนดูให้คล้อยตามไปกับหนังได้แบบช้าๆ ต้องชื่นชมในจุดนี้จริงๆ ด้วยภาพ ด้วยซาวด์ประกอบต่างๆ เรารู้สึกว่ามันถึง…เขาสามารถดึงเราให้คล้อยตามได้จริงๆ 

“ส่วน “ข้อเสีย…จุดที่ไม่ชอบเลย” คือ ความเนิบ เรื่อยๆ ช้าๆ ดูแล้วก็รู้สึกหงุดหงิดบอกไม่ถูก ซึ่งก็อย่างที่บอก “ถ้าไม่ชอบก็เกลียดเลย” จริงๆ 

“เช่นเคยสุดท้ายนี้…ความสนุกเกิดจากประสบการณ์ และความรู้สึกส่วนบุคคล อยากให้มาดูเอง ไม่อยากให้เชื่อรีวิวเยอะนะทุกคน”

“Dune – ดูน” มีการเตรียมสร้างภาคต่อไว้แล้ว คาดว่าจะยิ่งทวีความมันส์มากขึ้นกว่าเดิม เพราะภาคนี้เป็นการปูเนื้อเรื่องเล่าถึงที่มาที่ไป…

และสุดท้ายขอบอกว่า ภาพยนตร์ไม่มีฉากหลังจบเอนด์เครดิตนะ หนังจบแล้วไม่ต้องรอ ลุกไปเข้าห้องน้ำได้เลย เพราะหนังมีความยาวถึง 155 นาที

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *