M18 Mobility ทุ่มงบกว่า 80 ล้านบาท เปิดโชว์รูมและศูนย์บริการครบวงจรแห่งใหม่ที่ธัญบุรี คลอง 2 พร้อมศูนย์บริการตัวถังและสีมาตรฐาน GAC
M18 Mobility เดินหน้าขยายเครือข่ายการให้บริการอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเปิดโชว์รูมและศูนย์บริการครบวงจรแห่งใหม่ “GAC M18 Mobility” ณ ธัญบุรี คลอง 2 จังหวัดปทุมธานี พร้อมศูนย์บริการซ่อมสีและตัวถัง (Body & Paint Center) ภายใต้มาตรฐาน GAC เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย และยกระดับประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์ให้กับลูกค้าในพื้นที่กรุงเทพมหานครตอนเหนือ ปริมณฑล และจังหวัดใกล้เคียง นับเป็นอีกก้าวสำคัญของ M18 Mobility ในการพัฒนาเครือข่ายบริการหลังการขายเพื่อรองรับฐานผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

นายมาโนช ปฐมวรกุล ประธานกรรมการ บริษัท เอ็ม 18 โมบิลิตี้ จำกัด กล่าวว่า บริษัทให้ความสำคัญกับการสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าตลอดอายุการใช้งานรถยนต์ โดยมองว่าความสำเร็จของธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าไม่ได้ขึ้นอยู่กับยอดจำหน่ายเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมาพร้อมกับบริการหลังการขายที่มีคุณภาพ ครบวงจร และสามารถดูแลลูกค้าได้ในทุกสถานการณ์
“M18 Mobility เชื่อว่าความสำเร็จของธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าไม่ได้วัดกันที่ยอดขายเพียงอย่างเดียว แต่ต้องวัดจากความมั่นใจที่ลูกค้ามีตลอดอายุการใช้งานรถ เราจึงพัฒนาศูนย์ธัญบุรีขึ้นภายใต้วิสัยทัศน์ในการสร้างระบบนิเวศการดูแลรถยนต์ไฟฟ้าแบบครบวงจร ที่รวมทั้งการจำหน่ายรถยนต์ การบริการหลังการขาย และบริการซ่อมสีและตัวถังไว้ในสถานที่เดียว เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับรถ จะมีทีมงานที่พร้อมดูแลอย่างครบถ้วนเสมอ”

โชว์รูมและศูนย์บริการแห่งใหม่ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพย่านธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญระหว่างกรุงเทพมหานครและจังหวัดโดยรอบ รองรับการขยายตัวของชุมชนเมืองและจำนวนผู้ใช้รถยนต์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดย M18 Mobility วางบทบาทให้ศูนย์แห่งนี้เป็นศูนย์กลางการให้บริการสำหรับลูกค้าในพื้นที่กรุงเทพมหานครตอนเหนือ ปริมณฑล และภาคกลางตอนบน
ศูนย์ธัญบุรี คลอง 2 จะทำหน้าที่เป็นจุดบริการหลักสำหรับลูกค้าในพื้นที่ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา สระบุรี นครนายก รวมถึงพื้นที่ใกล้เคียง ช่วยให้สามารถเข้าถึงบริการมาตรฐาน GAC ได้สะดวกยิ่งขึ้น ครอบคลุมตั้งแต่การเลือกซื้อรถยนต์ใหม่ การตรวจเช็กตามระยะ การซ่อมบำรุงทั่วไป การดูแลระบบรถยนต์ไฟฟ้า การซ่อมบำรุงแบตเตอรี่ การใช้บริการสถานีชาร์จไฟฟ้า ตลอดจนงานซ่อมสีและตัวถัง โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางเข้าสู่ศูนย์บริการในกรุงเทพมหานครชั้นใน ช่วยลดระยะเวลาในการเดินทางและเพิ่มความสะดวกในการเข้ารับบริการหลังการขายอย่างครบวงจร

โครงการดังกล่าวใช้งบลงทุนรวมกว่า 80 ล้านบาท เพื่อพัฒนาโชว์รูม ศูนย์บริการหลังการขาย และศูนย์ซ่อมสีและตัวถังภายใต้มาตรฐาน GAC พร้อมเตรียมความพร้อมด้านบุคลากร เครื่องมือเฉพาะทาง และระบบการให้บริการ เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในพื้นที่กรุงเทพมหานครตอนเหนือ และจังหวัดใกล้เคียง
ด้านศักยภาพการให้บริการ บริเวณศูนย์บริการประกอบด้วย Service Building จำนวน 12 ช่องซ่อม สำหรับงานตรวจเช็กและซ่อมบำรุงทั่วไป รวมถึง ศูนย์บริการซ่อมสีและตัวถัง (Body & Paint Center) จำนวน 15 ช่องซ่อม พร้อมแท่นดึงตัวถังและห้องพ่น-อบสีมาตรฐาน รองรับงานซ่อมตัวถังและสีตามมาตรฐาน GAC เพื่อยกระดับคุณภาพงานบริการและสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าตลอดอายุการใช้งานรถยนต์

หนึ่งในจุดเด่นสำคัญของศูนย์แห่งนี้คือบริการซ่อมสีและตัวถัง (Body & Paint Center) ภายใต้มาตรฐาน GAC ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อรองรับงานซ่อมรถยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะ ด้วยทีมช่างเทคนิคที่ผ่านการอบรมและรับรองตามมาตรฐาน GAC พร้อมอุปกรณ์ เครื่องมือ และกระบวนการควบคุมคุณภาพในทุกขั้นตอน เพื่อสร้างความมั่นใจด้านคุณภาพงานซ่อมให้แก่ลูกค้า สามารถรองรับรถเข้ารับบริการได้ประมาณ 50-100 คันต่อเดือน และมีแผนขยายขีดความสามารถเป็น 150-200 คันต่อเดือน ตามการเติบโตของฐานลูกค้าและความต้องการด้านบริการหลังการขายในอนาคต
M18 Mobility วางแนวทางการให้บริการภายใต้แนวคิด GAC Mobility Hub ที่มุ่งดูแลลูกค้าตลอดอายุการใช้งานรถยนต์ ครอบคลุมตั้งแต่การจำหน่ายรถยนต์ การบริการหลังการขาย การตรวจเช็กตามระยะ งานซ่อมบำรุงทั่วไป การดูแลระบบรถยนต์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ ตลอดจนงานซ่อมสีและตัวถัง โดยศูนย์ธัญบุรี คลอง 2 ได้รับการออกแบบให้รวมทุกบริการสำคัญไว้ในสถานที่เดียว รองรับรถยนต์ GAC ทุกรุ่น พร้อมให้บริการซ่อมสีและตัวถังสำหรับรถยนต์ทุกยี่ห้อ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าในทุกขั้นตอนของการเป็นเจ้าของรถยนต์
อีกหนึ่งจุดแข็งของศูนย์คือความพร้อมด้านอะไหล่และการสนับสนุนงานซ่อม โดยเชื่อมโยงกับระบบคลังอะไหล่ของ GAC ที่มีอะไหล่มากกว่า 120,000 รายการ สามารถจัดส่งและเบิกใช้งานได้ภายใน 3-7 วันทำการ ช่วยลดระยะเวลาการรอคอยและเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการ ขณะเดียวกันบริษัทยังมีแผนเปิดให้บริการศูนย์ GAC Mobility Hub ที่มาพร้อมเทคโลโนยี Battery-Swapping บริการใหม่ล่าสุดสำหรับประเทศไทย และ ศูนย์ซ่อมแบตเตอรี่เพิ่มเติมภายในปีนี้ ที่จะทำให้ GAC M18 ธัญบุรี คลอง 2 เป็นศูนย์ GAC ที่มีความครบครันที่สุดในภูมิภาค เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในระยะยาว
นอกจากนี้ ศูนย์ยังรองรับงานเคลมประกันจากบริษัทประกันภัยทุกแห่ง โดยมีความร่วมมือกับพันธมิตรประกันภัยชั้นนำ พร้อมบริการรถทดแทนระหว่างซ่อมสำหรับลูกค้าที่เข้ารับบริการงานซ่อมสีและตัวถัง รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกเพิ่มเติม อาทิ สถานีชาร์จไฟฟ้า iGreen+ เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้กับลูกค้าในทุกมิติของการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า
นายมาโนช กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยมีการแข่งขันที่เข้มข้นทั้งด้านราคา เทคโนโลยี และผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ปัจจัยสำคัญที่จะสร้างความแตกต่างและความยั่งยืนให้กับแบรนด์ในระยะยาวคือคุณภาพของบริการหลังการขาย ซึ่งเป็นสิ่งที่ลูกค้าสัมผัสได้จริงตลอดอายุการใช้งานรถยนต์
“บริการหลังการขายจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสร้างความแตกต่างในตลาดรถยนต์ไฟฟ้ายุคใหม่ การลงทุนในโชว์รูมและศูนย์บริการครบวงจรแห่งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของ M18 Mobility ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านบริการควบคู่ไปกับการเติบโตของตลาด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าและยกระดับมาตรฐานการดูแลรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง”
ศูนย์บริการ GAC M18 ธัญบุรี คลอง 2 พร้อมรองรับลูกค้ากรุงเทพมหานคร ปริมณฑล รวมถึงจังหวัดตามแนวเส้นทางสายเหนือและสายตะวันออก เพื่อเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงบริการมาตรฐาน GAC ได้อย่างครอบคลุมมากยิ่งขึ้น
โชว์รูม GAC M18 ธัญบุรี คลอง 2 เปิดให้บริการทุกวัน ฝ่ายขายเวลา 08.30-17.30 ฝ่ายบริการเวลา 08.00-17.00 น. ลูกค้าสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม นัดหมายเข้ารับบริการ หรือติดต่อฝ่ายบริการหลังการขายได้ที่ โทรศัพท์ 02-991-1818 หรือผ่านช่องทางออนไลน์ของ M18 Mobility และ GAC Thailand เพื่อรับข้อมูลข่าวสาร กิจกรรมส่งเสริมการขาย และบริการหลังการขายต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว

