SACICT จัดแสดงงานหัตถศิลป์และเปิดหอนิทรรศการ สุพรรณ – พัสตร์

เพื่อเผยแพร่พระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในด้านการส่งเสริมงานศิลปาชีพด้านผ้าไหมไทย ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือ SACICT ได้จัดทำโครงการปรับปรุงการนำเสนอและการจัดแสดงงานหัตถศิลป์ ณ หอสุพรรณ – พัสตร์ ในปี 2563 พร้อมจัดงานเปิดหอนิทรรศการและกิจกรรมเสวนาพิเศษในหัวข้อ “สืบสานงานสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง” ณ หอสุพรรณ – พัสตร์ ชั้น 2 อาคารศาลา พระมิ่งมงคล ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อเร็ว ๆ นี้

ในโอกาสสำคัญนี้ พรพล เอกอรรถพร ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) ได้ให้เกียรติเป็นประธานเปิดหอนิทรรศการสุพรรณ -พัสตร์ ที่จัดแสดงผลงานและนำเสนอเรื่องราวภายใต้แนวคิด “สืบสานงานสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง” ถ่ายทอดเรื่องราว อันเป็นที่มาของพระราชดำริในการนำศิลปหัตถกรรมมาเป็นอาชีพเสริมให้แก่ชาวไร่ชาวนาไทย และนำไปสู่การก่อตั้งมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในเวลาต่อมา

นับแต่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรครั้งแรกในปีพุทธศักราช 2498 เป็นต้นมา จึงทำให้สิ่งที่ทอดพระเนตรเห็นและสิ่งที่ทรงรับฟังจากราษฎรมานั้น ซึมซาบอยู่ในพระราชหฤทัยว่าราษฎรส่วนใหญ่ของประเทศในเวลานั้นเป็นเกษตรกร ฝากชีวิตไว้กับดินฟ้าอากาศ ยามใดที่ดินฟ้าอากาศไม่อำนวย เกษตรกรก็ต้องเดือดร้อน ลำบาก และส่วนใหญ่ก็เป็นหนี้สิน หลายคนทิ้งถิ่นทำมาหากินในจังหวัดใหญ่ ๆ

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จึงทรงมีพระราชดำริและทรงขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตจากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรฯ จัดหาอาชีพเสริมให้แก่เกษตรกรเหล่านี้ โดยเป็นอาชีพที่จะประกอบอยู่ที่บ้านได้ในเวลาที่ว่างจากการทำไร่ทำนา หรือเมื่อดินฟ้าอากาศไม่อำนวยให้เพาะปลูก หรือแม้แต่ผู้ไม่มีที่ดินก็จะสามารถประกอบอาชีพเสริมนี้ได้ด้วยทรัพยากรธรรมชาติหรือวัตถุดิบที่มีอยู่ในท้องถิ่นของตน และด้วยภูมิปัญญา ตลอดจนด้วยฝีมือของเขาเอง

นิทรรศการ “สืบสานงานสมเด็จพระราชชนนีพันปีหลวง” บอกเล่าถึงพระราชกรณียกิจและแนวพระราชดำริสำคัญที่ทรงส่งเสริมฟื้นฟู และปรับปรุงคุณภาพของผ้าไหมไทย อันก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งในด้านการผลิตและการใช้ผ้า จนทำให้ไหมไทยเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก โดยถ่ายทอดผ่านนิทรรศการในโซนต่าง ๆ ที่บอกเล่าจุดเริ่มต้นในการส่งเสริมอาชีพการทอผ้าไหมแก่ราษฎร รวมถึงภูมิปัญญาในการทอผ้าไหมอันเป็นงานประณีตศิลป์ที่มีความสวยงาม และสะท้อนเรื่องราวประวัติศาสตร์ในแต่ละพื้นถิ่นผ่านลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์

รวมทั้งมีเรื่องราวอันทรงคุณค่าของ 12 สิ่งที่สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงทรงทำให้ไหมไทยเป็นที่นิยม อาทิ การส่งเสริมให้การทอผ้าเป็นอาชีพเสริมของสตรีในท้องถิ่นต่าง ๆ ทั่วประเทศ เพราะอุปกรณ์ในการเลี้ยงไหมและเครื่องไม้เครื่องมือในการทอ สามารถหาได้ในครัวเรือนและในชุมชน สามารถบรรเทาความเดือดร้อนที่ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติได้  การส่งเสริมให้มีการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม และพัฒนาสายพันธุ์ไหมเพื่อให้ได้คุณภาพเส้นไหมที่ดียิ่งขึ้น การพัฒนาคุณภาพของสีย้อม กรรมวิธีการย้อม และการใช้ชุดสีใหม่ๆ จนเกิดเป็นผ้ามัดหมี่ที่มีสีสันสวยหวาน ต่างจากมัดหมี่เดิมที่มักมีสีเข้มไม่สว่างสดใส ที่สำคัญคือการพัฒนารูปแบบการทอจากเดิมที่ผ้าไหมจะมีหน้าผ้าที่มีความสั้นยาวหลากหลายตามความกว้างของกี่ โดยทรงแนะนำให้ปรับเปลี่ยนขยายความกว้างของหน้าผ้าให้เป็นมาตรฐานประมาณ 1 เมตรเหมือนกัน รวมถึงทรงมีพระราชดำริให้ทอผ้าพื้นและผ้าลายมัดหมี่ในผืนเดียวกัน โดยใช้เส้นยืนและเส้นพุ่งที่ย้อมในคราวเดียวกัน ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้เองที่ทำให้ผ้าไหมไทยมีการนำมาตัดเย็บเป็นชุดสำหรับสวมใส่อย่างแพร่หลาย เป็นต้น

ภายในงานมีการจัดเสวนาพิเศษ “สืบสานงานสมเด็จพระราชชนนีพันปีหลวง” โดยวิทยากรผู้มากประสบการณ์ด้านผ้าไหมไทย ได้แก่ กุลวิทย์ เลาสุขศรี บรรณาธิการบริหารนิตยสาร VOGUE Thailand, อัครชญ แก้วอาภรณ์ ผู้จัดการฝ่ายอาวุโส ฝ่ายนิทรรศการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด, ตรีชฎา เพชรรัตน์ นักแสดงที่หลงใหลในผ้าไทย ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์ และดำเนินการเสวนาโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อนุชา ทีรคานนท์ คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ชื่นชมเรื่องราวอันทรงคุณค่าของ 12 สิ่งที่สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงทรงทำให้ผ้าไหมไทยเป็นที่นิยม และการจัดแสดงผ้าแพรวา ผ้าไหมมัดหมี่ ผ้าปักไหมน้อย และผ้าปักชาวเขา พร้อมตัวอย่างพันธุ์ไหม ที่นำเสนออย่างร่วมสมัยเสริมสร้างประสบการณ์ผสานองค์ความรู้ผ่านนิทรรศการ “สืบสานงานสมเด็จพระราชชนนีพันปีหลวง” ณ หอสุพรรณ – พัสตร์ ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00 – 17.00 น. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อฝ่ายบริหาร องค์ความรู้ และนิทรรศการ โทร. 035-367-054 ต่อ 3108 หรือ SACICT Call Center 1289

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *