“ฐิติพงศ์” คัมแบ็กเข้าวินสนาม 3 ยื้อ “ORBRIC Superbike” ตัดสินแชมป์สนามสุดท้าย

“ติ๊งโน๊ต” ฐิติพงศ์ วโรกร ยอดนักบิดไทยจาก คาวาซากิ ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม กลับมาผงาดคว้าชัยชนะครั้งแรกของปีในศึก OR BRIC Superbike สนาม 3 หลังบดเอาชนะ “แสตมป์” อภิวัฒน์ วงศ์ธนานนท์ จาก ยามาฮ่า เพาเวอร์ สปีด 123วีไอพี เรซซิ่ง ทีม อย่างสุดมันส์ ขณะฝ่ายหลังขยับขึ้นรั้งจ่าฝูง ต้องตัดสินแชมป์ประจำปีกันถึงสนามสุดท้ายในเดือนตุลาคมนี้ ด้าน “โฟลท” รัฐพงษ์ วิไลโรจน์ ดาวบิดเอเชียของ ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม เปิดตัวสุดหรูประเดิมแชมป์ ซูเปอร์สปอร์ตสมราคาแชมป์เอเชีย เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์

การแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์ประเทศไทย รายการ โออาร์ บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2020 (OR BRIC Superbike Championship 2020) สนามที่ 3 ของปี ดวลความเร็วรอบชิงชนะเลิศในวันอาทิตย์ที่ 27 กันยายนที่ผ่านมา ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ท่ามกลางแฟนความเร็วหลักพันที่กลับเข้าชมเรซในสนามอย่างคึกคัก

ไฮไลต์ของสนาม 3 อยู่ที่การลุ้นแชมป์อย่างเข้มข้นของคลาสสูงสุดในประเทศไทยอย่าง ซูเปอร์ไบค์ 1,000 ซีซี (เอสบี1) “ติ๊งโน๊ต” ฐิติพงศ์ วโรกร ยอดนักบิดจาก คาวาซากิ ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม ที่ทำสถิติได้ออกสตาร์ทจากหัวแถว 3 สนามติดต่อกัน ขนาบข้างด้วย “ตี” อนุภาพ ซามูล นักบิดเชียงใหม่จาก จีเอ็มที94 ในกริดที่ 2 ส่วนกริดที่ 3 เป็นของ “แสตมป์” อภิวัฒน์ วงศ์ธนานนท์ จาก ยามาฮ่า เพาเวอร์ สปีด 123วีไอพี เรซซิ่ง ทีม ตามด้วย “ซีเค” ชัยวิชิต นิสสกุล จาก คาวาซากิ ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม และ “ชิพ” นครินทร์ อธิรัฐภูวภัทร์ อดีตนักบิดโมโตทรีจาก ยามาฮ่า เพาเวอร์สปีด วีไอพี 123 เรซซิ่ง ทีม ในกริดที่ 4 และ 5 ชิงชัยทั้งสิ้น 12 รอบสนาม

ออกสตาร์ทเรซด้วยการขึ้นนำอย่างรวดเร็วของ อนุภาพ ตามด้วย อภิวัฒน์ ในอันดับ 2 ส่วน ฐิติพงศ์ ร่วงลงไปรั้งอันดับ 3 ด้าน นครินทร์ ขยับขึ้นมารั้งอันดับ 4 และ ชัยวิชิต ในอันดับ 5 ก่อนที่ 2 รอบถัดมา นครินทร์ จะโดนแซงเอาอันดับ 4 คืนไปได้อีกครั้ง

ผ่านครึ่งทางการแข่งขัน ฐิติพงศ์ ขยับแซง อภิวัฒน์ ขึ้นมารั้งอันดับ 2 ได้สำเร็จ ขณะที่ อนุภาพ ยังคงรั้งจ่าฝูงได้อย่างเหนียวแน่น แต่ก็ต้องโดนกดดันอย่างหนักจากอันดับ 2 และ 3

เข้าสู่ช่วง 4 รอบสุดท้าย ฐิติพงศ์ ที่พยายามอย่างหนักในการคัมแบ็กสู่เส้นทางลุ้นแชมป์ ก็แซงขึ้นมารั้งจ่าฝูงได้สำเร็จ ตามด้วย อภิวัฒน์ ที่ขยับขึ้นมารั้งอันดับ 2 ส่วน อนุภาพ หล่นไปอยู่ในอันดับ 3

ผลการแข่งขัน 12 รอบสนาม “ฐิติพงศ์” บิดเข้าป้ายเป็นคันแรกคว้าชัยชนะครั้งแรกให้กับตนเองในปีนี้ เฉือนเอาชนะ “อภิวัฒน์” อันดับ 2 เพียง 0.798 วินาที ขณะที่อันดับ 3 เป็นของ “อนุภาพ” ตามหลังแชมป์ 4.897 วินาที ขึ้นโพเดี้ยมครั้งแรกให้กับทีมได้สำเร็จ ส่วนอันดับ 4 เป็นของ “ชัยวิชิต” ตามหลังแชมป์ 13.082 วินาที ด้าน “นครินทร์” ประคองจบเรซในอันดับ 5 ตามหลังแชมป์ 23.393 วินาที

ภายหลังจบ 3 สนามแรก สถานการณ์ลุ้นแชมป์ยังคงเข้มข้นและต้องไปตัดสินกันในสนามสุดท้าย โดยจ่าฝูงเป็นของ “อภิวัฒน์” มีทั้งสิ้น 61 คะแนน เหนือทีมเมทอย่าง “นครินทร์” เพียง 5 คะแนนเท่านั้น ส่วน “ฐิติพงศ์” ขยับขึ้นมารั้งอันดับ 3 ตามหลังจ่าฝูง 19 คะแนน ตามด้วย “ชัยวิชิต” ในอันดับ 4 ตามหลัง 22 คะแนน ส่วน “อนุภาพ” รั้งอันดับ 5 ตามหลังจ่าฝูง 34 คะแนน

ขณะที่การแข่งขันไฮไลต์อีกรุ่นอย่าง ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี ทวีความเข้มข้นขึ้นอย่างมาก เมื่อ ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม ส่งนักบิดระดับแชมป์เอเชียอย่าง “โฟลท” รัฐพงษ์ วิไลโรจน์ เข้าร่วมแข่งขันเป็นครั้งแรก รวมถึง 2 นักบิดเอเชียจาก เอ.พี.ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ อย่าง “มุกข์” มุกข์ลดา สารพืช และ “แชมป์” ภาสวิชญ์ ฐิติวรารักษ์

เกมเรซนี้ดวลกันอย่างสุดมันส์ โดยจุดเปลี่ยนเกิดขึ้นในช่วง 3 รอบสุดท้าย เมื่อ ภาสวิชญ์ และ มุกข์ลดา ที่ลุ้นแชมป์อยู่ใน 3 อันดับแรก เกี่ยวกันล้มเองที่โค้งสุดท้าย ส่งผลให้ “รัฐพงษ์” อาศัยความเก๋าหลบหลีกจังหวะสุดเสียวไปได้ ก่อนบิดเข้าป้ายเป็นคันแรกด้วยเวลา 20 นาที 9.638 วินาที คว้าแชมป์แรกของรายการนี้ให้กับตนเอง

ตามด้วย “คณาทัต ใจมั่น” จ่าฝูงบนตารางคะแนนสะสมจาก ยามาฮ่า พิเรลลี ไฮสปีด ดี.ไอ.ดี. เออห์ลิน กิ๊กะไบค์ ลิควิ โมลี เคเอ็นบี เรซซิ่ง ทีม ในอันดับ 2 ตามหลังแชมป์ 2.048 วินาที ส่วนอันดับ 3 เป็นของ “เอ้” วรพงศ์ มาลาหวล จาก ยามาฮ่า พิเรลลี ไฮสปีด ตามหลังแชมป์ 2.636 วินาที

ทั้งนี้ เกมในรุ่น ซูเปอร์สต็อก 1,000 ซีซี (เอสที1-2) ซึ่งถือเป็นอีกรุ่นที่ได้รับความสนใจจากแฟนความเร็ว ปรากฏว่าแชมป์สนามนี้ตกเป็นของ “ชานนท์ ชุ่มใจ” จาก ยามาฮ่า ไดนาโวลต์ หลังบิดเข้าป้ายเป็นคันแรกด้วยเวลา 19 นาที 53.345 วินาที เหนืออันดับ 2 อย่าง “สิรภพ พูลศรี” จาก ยามาฮ่า เอ็นพี สปีด ออยล์ เดอะ เบลล์ 55 ยา มอเตอร์สปอร์ต อยู่ 1.762 วินาที

ส่วนอันดับ 3 เป็นของ “อัศวิน คงทนไพศาล” จาก โกโก้ เรซซิ่ง บาย ยูทีอาร์ ตามหลังแชมป์ 6.599 วินาที ด้านนักบิดสาวอย่าง “รัชดา นาคเจริญศรี” จาก ตาล เรซซิ่ง คอนเน็ค จบเรซในอันดับ 4 ตามหลังแชมป์ 11.677 วินาที

ด้านเกมในรุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 400 ซีซี สนามที่ 3 แชมป์ตกเป็นของ “จิรายุ สายยนต์” จาก คาวาซากิ โรนิน เรซซิ่ง ทีม ที่บิดเข้าป้ายเป็นคันแรกด้วยเวลา 12 นาที 39.765 วินาที เฉือนอันดับ 2 อย่าง “รัฐพงษ์ บุญเลิศ” จาก ยามาฮ่า เควายบี ไออาร์ซี ดี.ไอ.ดี. เอ็มเอ็น 8 น้ำบาน โก๋ท่ามะกา เพียง 0.265 วินาทีเท่านั้น

ส่วนอันดับ 3 เป็นของ “ภณณัฎฐ์ นิลภา” จาก เอ็นดีแอล โมริเทค คาวาอิ เรซซิ่ง ทีม ตามหลังแชมป์ 20.925 วินาที

ส่วนแชมป์ในรุ่น สปอร์ต โปรดักชั่น 400 แชมป์ตกเป็นของนักบิดในคลาสจูเนียร์อย่าง “ต่อศักดิ์ นวลสาย” จาก เอ๋ เซอร์วิส ทีซี เอ็นจิ้น ปี๊ด สะพานแดง ที่เข้าป้ายคันแรกด้วยเวลา 13 นาที 12.896 วินาที เหนืออันดับ 2 อย่าง “ภาสกร แสนหลวง” จาก ยามาฮ่า พิเรลลี ดี.ไอ.ดี. เอ็นจีเค เออห์ลิน อู่ช่างขวัญ เซอร์วิส ถึง 4.914 วินาที ตามด้วย “สุทธิพจน์ พัชรีธร” จาก ยามาฮ่า เรซซิ่ง บอย ไออาร์ซี ดี.ไอ.ดี. สมาร์ท สปอร์ต โมตุล ในอันดับ 3 ตามหลังแชมป์ 6.258 วินาที

สำหรับ ศึก โออาร์ บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2020 สนามถัดไปซึ่งเป็นเรซสุดท้ายของปี ในการตัดสินแชมป์ประจำฤดูกาล จะดวลความเร็วระหว่างวันที่ 17-18 ตุลาคมนี้ ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ เช่นเคยรัมย์ เช่นเคย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *