รมต.กีฬา รับปากผลักดันกีฬาสูงอายุเต็มสูบ กกท.ทุ่ม 18 ล.จัดศึกมาสเตอร์เกมส์ปูทางสู่ระดับโลก

พล.ต.จารึก อารีย์ราชการัณย์ รองประธานและคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย ในฐานะ นายกสมาคมกีฬาผู้สูงอายุไทย และในฐานะประธานคณะอำนวยการแข่งขันกีฬาสูงอายุ “ไทยแลนด์ โอเพ่น มาสเตอร์ เกมส์ 2020” พร้อมด้วย นายณัฐวุฒิ เรืองเวส รองผู้ว่าการ กกท. ฝ่ายกีฬาเป็นเลิศและวิทยาศาสตร์การกีฬา, นายวิฒน์ วิกรานตโนรส คณะกรรมการจัดการแข่งขัน และนายศุกรีย สุภาวรีกุล ฝ่ายประชาสัมพันธ์ เข้าพบ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อนำเสนอเรื่องการจัดการแข่งขันกีฬาผู้สูงอายุ “ไทยแลนด์ โอเพ่น มาสเตอร์ เกมส์ 2020” เมื่อวันที่ 13 ก.ค. 63 ที่ ห้องประชุม 1 ชั้น 2 กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา

สำหรับการเข้าพบ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อนำเสนอถึงการจัดการแข่งขันกีฬาสูงอายุ “ไทยแลนด์ โอเพ่น มาสเตอร์ เกมส์ 2020” ซึ่งจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 13-20 กันยายน 2563 จัดทั้งหมด 14 ชนิดกีฬา ประกอบด้วย กรีฑา, แบดมินตัน, บาสเกตบอล, ลีลาศ, ฟุตบอล, กอล์ฟ, ว่ายน้ำ, เทเบิลเทนนิส, วู้ดบอล, เกทบอล, ตะกร้อ, เปตอง, เทนนิส, เพาะกาย

โดยครั้งนี้ทางคณะกรรมการได้นำเสนอ 6 ประเด็น ประกอบด้วย กีฬาสูงอายุในประเทศไทยและในบริบทขององค์กรกีฬาระหว่างประเทศ, การแข่งขันกีฬาสูงอายุระหว่างประเทศ, การแข่งขันกีฬาสูงอายุในไทยและการแข่งขันกีฬาอาวุโสแห่งชาติ, แนวคิดการจัดตั้งองค์กรบริหารกีฬาผู้สูงอายุในประเทศไทย, การส่งเสริม สนับสนุน กีฬาสูงอายุในไทย, การแข่งขันกีฬาสูงอายุ ไทยแลนด์ โอเพ่น มาสเตอร์เกมส์ 2020 ซึ่งสมาคมกีฬาผู้สูงอายุไทย ร่วมกับ สมาคมกีฬาที่มีการแข่งขันในการแข่งขันกีฬาอาวุโสแห่งชาติ พิจารณาเห็นว่า การจัดแข่งขันกีฬาสูงอายุในปัจจุบันเป็นที่แพร่หลายทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะในประเทศไทยกำลังเป็นที่สนใจของสังคมไทยอย่างกว้างขวาง

การจัดให้มีมหกรรมกีฬาสูงอายุระดับประเทศจึงมีความสอดคล้องตามนโยบายของรัฐ และแผนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ที่มีเป้าหมายให้การกีฬาเป็นส่วนสำคัญของวิถีชีวิตประชาชนทุกภาคส่วน และเป็นกลไกสำคัญในการสร้างคุณค่าทางสังคมและส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาวะที่สังคมไทยกำลังได้รับผลกระทบจากวิกฤตการระบาดของ โควิด-19 จึงได้ร่วมกันจัดการแข่งขัน “ไทยแลนด์ โอเพ่น มาสเตอร์ เกมส์ 2020” ซึ่งเป็นการต่อยอดการแข่งขันกีฬาสูงอายุของชาติ เติมเต็มระบบการแข่งขันกีฬาของประเทศ เป็นการพัฒนามาตรฐานกีฬาให้ทัดเทียมกับวิวัฒนาการของนานาประเทศ โดยมีเป้าหมายเตรียมความพร้อม ในการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน มาสเตอร์เกมส์ ระดับทวีป จนถึง เวิล์ด มาสเตอร์เกมส์ ในอนาคต ซึ่งในปีนี้นั้นงบประมาณในการจัดการแข่งขันนั้นอยู่ที่ 18 ล้านบาท โดยในที่ประชุม นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรี กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ยืนยันว่าจะผลักดันกีฬาสูงอายุอย่างเต็มที่ 

ด้าน นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า “การแข่งขันตรงนี้ คำว่าอาวุโส ไม่ใช่ว่าแค่คนอายุ 60 ปีขึ้นไป เท่านั้นแต่ในทีนี่ 30 ปีขึ้นไปก็ถือว่าเป็นอาวุโสแล้วแต่กีฬาของแต่ละชนิดว่าคำว่าอาวุโสจะใช้เกณฑ์อายุเท่าไหร่ แต่สิ่งที่สำคัญที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาร่วมกับสมาคมกีฬาผู้สูงอายุจะจัดการแข่งขัน “ไทยแลนด์ โอเพ่น มาสเตอร์ เกมส์ 2020” เพื่อเป็นการเปิดอีกช่องทางหนึ่งในการที่จะบอกว่า การจัดการแข่งขันกีฬาอาวุโส เป็นการนำรายได้เข้ามาสู่ตลาดของไทย นักกีฬา 1 ท่านต้องมีผู้ติดตามลูกหลานหรือคนที่มาช่วยดูแล หรืออาจจะเป็นผู้ติดตามนักกีฬาที่เคยเป็นอดีตทีมชาติที่ดังๆ เป็นไอดอลของตัวเอง ตรงนี้ก็เป็นการสนับสนุนและเป็นการส่งเสริม แต่ที่สิ่งที่ตนต้องการจะทำตรงนี้เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นสำหรับการแข่งขันกีฬาอาวุโสเรามุ่งหวังที่จะจัดการแข่งขันในระดับนานาชาติ สมมุติว่า เอเชียแปซิฟิก เบื้องต้นซึ่งมีนโยบายว่าอาจจะขอจัดในปีหน้าแต่ถ้าเป็นไปได้เราอยากจะจัดในระดับเวิล์ดมาสเตอร์ ซึ่งตรงนี้เท่าที่คุยกันค่าใช้จ่ายนั้นส่วนใหญ่นักกีฬาจะเป็นผู้ออกเอง ค่าที่พักค่าเดินทางออกเอง สิ่งเหล่านี้ตนคิดว่าเป็นการจัดกิจกรรมหรือจัดมหกรรมกีฬาผู้อาวุโสเป็นลักษณะของเอากีฬามาเป็นการท่องเที่ยวด้วย ซึ่งเมื่อเข้ามาแล้ว แน่นอนว่าคุณต้องพักผ่อน ตรงนี้เราถือว่าเป็นการนำรายได้เข้าอีกทางหนึ่งของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

“การจัดการแข่งขันในเดือนกันยายนนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นว่า เราจัดแล้วประชาสัมพันธ์ออกไปให้ชาวโลกรับทราบว่าเรามีการจัดการแข่งขันกีฬาอาวุโสในประเทศไทย ตนก็พร้อมที่จะให้ทาง ททท. เข้าร่วมและส่งสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทยหลังจากแข่งขันกีฬาเสร็จว่าควรไปที่ไหน  เราได้คุยกับทางรองผู้ว่าการกีฬาแห่งประเทศไทย ถึงการจัดการแข่งขันครั้งนี้ซึ่งงบประมาณในปีนี้ทางการกีฬาแห่งประเทศไทยได้วางบประมาณไว้เรียบร้อยแล้ว และสำหรับปีหน้ากำลังทำงบประมาณไว้สำหรับปีหน้าที่ 25 ล้านบาท ที่จะจัดการแข่งขันในระดับนานาชาติ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทางกกท. ได้เตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว และทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ยินดีที่จะสนับสนุน”

เพราะฉะนั้นในประชุมวันนี้ถือเป็นการเริ่มต้นให้มีการจัดการแข่งขันในระดับนานาชาติ ที่เป็นรูปแบบมหกรรมเป็นครั้งแรก การมารวมตัวกันเป็นมหกรรม เราจะปูทางการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน เวิล์ดมาสเตอร์เกมส์ในอนาคต ถ้าในระดับเวิล์ดมาสเตอร์เกมส์นั้นคนจะเข้ามามาก อย่างล่าสุดที่ นิวซีแลนด์ จัดแข่งขัน 10 วัน 28 ชนิดกีฬามีประเทศเข้าร่วมกว่า 100 ประเทศ นักกีฬา 28,000 กว่าคน เพราะฉะนั้นคนเหล่านี้จะเข้ามาใช้เงินต่างๆ ดังนั้นในที่ประชุมมีความเห็นว่าเราจะก้าวเป็นขั้นบันได อาจจะเป็นในระดับภูมิภาคก่อน ในระดับอาเซียนก่อน ก็จะเป็นซีมาสเตอร์เกมส์ หรือเอเชียแปซิฟิกค่อยๆ ต่อยอดไปเวิล์ดมาสเตอร์เกมส์ ตรงนี้ตนถือเป็นนโยบายหลักของเราในอนาคตในแง่ของรายได้เรื่องของสปอร์ต ริซึ่มซึ่งจะแตกต่างจากเรื่องของกีฬาเพื่อความเป็นเลิศ คือตัวนี้จะเป็นตัวสร้างรายได้เข้าประเทศ 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *