Let's Talk

“แอม ชญาดา” ผู้ปลุกปั้นงาน Thailand Yoga Art and Dance 2019

ผ่านพ้นไปด้วยดีสำหรับงาน Thailand Yoga Art and Dance 2019 หรืองาน Thailand Yoga Fest ปีที่ 6 ที่จัดขึ้น ณ โรงแรมอ่าวนาง วิลล่า รีสอร์ท อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ โดยมีครูผู้สอน และผู้ที่ชื่นชอบโยคะเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก

นับเป็นกิจกรรมดีๆ ที่สามารถส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นการเดินทางและค่าใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวกลุ่มรักสุขภาพได้เป็นอย่างดี เราจึงขอคุยกับผู้จัดงานคนเก่ง คุณแอม – ชญาดา มาตรเจริญ ผู้บริหาร บริษัท เมคเฟรนส์ ฟอร์ยู จำกัด ถึงที่มาของการจัดงานดีๆ แบบนี้

คุณแอม – ชญาดา มาตรเจริญ

“งาน Thailand Yoga Art and Dance 2019 ก็คืองาน Thailand Yoga Fest ปีที่ 6 เป็นกิจกรรมที่จัดโดย ททท. สำนักงานกระบี่ ร่วมกับบริษัท เมคเฟรนส์ ฟอร์ยู จำกัด โรงแรมอ่าวนาง วิลล่า รีสอร์ท รวมถึงหน่วยงานจากชุมชนท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ และหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง โดยงาน Thailand Yoga Fest มีจุดเริ่มต้นมาจากการทำสตูดิโอโยคะ รวมถึงการทำหนังสือและนิตยสารเกี่ยวกับโยคะเมื่อ 8 ปีก่อน เมื่อมีคนเริ่มให้ความสนใจโยคะมากขึ้นเรื่อยๆ และมีโอกาสได้เดินทางดูงานโยคะที่ต่างประเทศอยู่บ่อยๆ ได้เห็นรูปแบบการจัดงานที่หลากหลาย เราจึงได้จัดงานนี้ขึ้นมา”

คุณแอมเล่าให้ฟังอีกว่า งาน Thailand Yoga Fest ได้จัดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 2557 และจัดติดต่อกันมาเป็นปีที่ 6 แล้ว โดยครั้งที่ 1 – 2 จัดที่กรุงเทพฯ ครั้งที่ 3 จัดที่สุราษฎร์ธานี ครั้งที่ 4 – 5 – 6 จัดที่กระบี่ และในปีหน้าคุณแอมกำลังวางแผนว่า หากจัดงานในคอนเซปต์ทะเล ก็อยากจัดที่ภูเก็ตและพัทยา เนื่องจากภูเก็ตมีสนามบินนานาชาติ ในขณะที่พัทยาก็เดินทางสะดวก เพราะมีรถรับส่งจากสนามบินสุวรรณภูมิ

“ในต่างประเทศมีงานโยคะค่อนข้างเยอะ แอมได้ศึกษาเรื่องโยคะของแต่ละประเทศมาก็พบว่ามีความแตกต่างกัน อย่างเช่น โยคะญี่ปุ่นจะออกแนวซีเรียส โยคะเกาหลีไปในแนวทางจริงจังคือเล่นอย่างเดียว ส่วนโยคะจีนจะเริ่มมีปาร์ตี้แบบเป็นทางการ ในส่วนของโยคะบาหลีนั้นคนต่างชาตินิยมมากเพราะมีความแตกต่างจากที่อื่นทำให้มีคนเข้าร่วมงานประมาณหมื่นกว่าคน เพราะไม่ได้เล่นโยคะกันเพียงอย่างเดียวจะมีเต้นร่วมด้วย และเน้นในเรื่องของจิตวิญญาณมากขึ้นค่ะ”

สำหรับรูปแบบการจัดงาน “Thailand Yoga Art & Dance 2019” เมื่อวันที่ 24-27 ตุลาคม 2562 ที่ผ่านมา จะมีตารางให้ผู้เล่นโยคะเลือกลงคลาสได้ทั้งวัน ซึ่งในแต่ละวันจะมีคลาสตั้งแต่เช้ายันค่ำ ในเวลา 9.00 – 20.00 น. โดยประมาณ โดยจัดคลาสตามห้องต่างๆ ในพื้นที่โรงแรมอ่าวนาง วิลล่า รีสอร์ท จำนวน 6 ห้อง นอกจากนี้ยังมีคลาสโยคะในพื้นที่กลางแจ้ง คือบริเวณชายหาดอ่าวนาง สวนของโรงแรม และสระว่ายน้ำอีกด้วย ซึ่งคลาสโยคะกลางแจ้งส่วนใหญ่จะเริ่มตั้งแต่เช้าตรู่ กับในเวลาเย็นที่แดดร่มแล้ว แต่ละคลาสจะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที

ส่วนในคืนวันที่ 25 -26 ตุลาคม มีการจัดปาร์ตี้ริมสระให้ผู้เข้าร่วมงานได้สนุกสนาน และมีโอกาสทำความรู้จักกันมากขึ้น

“ตอนกลางคืนเรามีปาร์ตี้ในแบบคอนเสิร์ต เพราะเราเล็งเห็นว่าชาวต่างชาติชอบแนวนี้ เราจึงรวมเอาทุกอย่างมาผสมผสานเข้าไว้ในเมืองไทย ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดี ทำให้เรามีโอกาสได้รู้จักครูต่างชาติมากขึ้น และได้เชิญเข้ามาสอนในเมืองไทย ซึ่งในตอนนี้เรามีครูจาก 16 ประเทศทั่วโลก และยังเป็นผลให้มีลูกศิษย์ตามมาด้วย สำหรับนักเรียนส่วนใหญ่มาจากโซนเอเชีย แต่ในปีนี้เริ่มมีโซนอเมริกาเพิ่มขึ้น ในอนาคตข้างหน้าจะมีการเพิ่ม event ในช่วงต้นปีเพื่อดึงหลายๆ ประเทศเข้ามาให้มากขึ้นด้วยเช่นกัน”

คุณแอมเล่าให้ฟังอีกว่า เวลาที่ชาวต่างชาติมาเล่นโยคะในเมืองไทย พวกเขาก็จะมีโอกาสได้ท่องเที่ยวในเมืองไทยไปด้วย ซึ่งด้วยความสวยงามของเมืองไทยที่มีพร้อมอยู่แล้ว อาหารก็อร่อย ราคาถูก รวมถึงการจัดงานที่มีปาร์ตี้ ทำให้สายโยคะในเมืองจีนเองที่ไม่มีโอกาสได้ทำกิจกรรมแบบ Pool ปาร์ตี้ที่สนุกแบบนี้สนใจเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก โดยมียอดลงทะเบียนเข้าร่วมงานกว่า 1,400 คน

“คอนเซปต์หลักของงานคือเราอยากให้ทุกคนมีสุขภาพดี สนุก ได้พักผ่อน และยังช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศไทยอีกด้วย ซึ่งการที่ได้ครูชาวต่างชาติมาสอน ทำให้งานมีความหลากหลาย เพราะว่าโยคะแต่ละประเทศจะมีหลากหลายสไตล์ หลายรูปแบบ ทั้ง โยคะ, เต้นซุมบ้า, ซัลซ่า, Bollywood Dance, Belly Dance, ดีท็อกซ์, Yoga Thai Massage ซึ่งในปีนี้ได้รับเสียงตอบรับที่ดี มีการพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ จากลูกค้าที่ตามมางานทุกปีถึง 80%”

ครู Yong Hoo Kim

สำหรับครูที่ได้รับความนิยมนั้น คุณแอมบอกว่าปีนี้ต้องยกให้ ครู Yong Hoo Kim ลูกครึ่งเยอรมัน-เกาหลี ที่พูดได้ถึง 3 ภาษา เขาเป็นผู้ก่อตั้งและเจ้าของ Insight Yoga สตูดิโอโยคะในแฟรงค์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี

ครู Yong Hoo Kim ได้รับความนิยมเพราะสอนโยคะแนวดนตรีรูปแบบใหม่ ที่ Flow ไปกับเพลง มีลูกศิษย์ที่ตามมาเรียนกว่า 100 คน ทั้งต่างชาติ ไทย จีน เกาหลี

คุณแอมกล่าวเสริมว่า “งาน Yoga Art and Dance ยังมีโอกาสช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยในจังหวัดกระบี่ เพราะเรามีการออกบูธจากสินค้าท้องถิ่น การเข้าพักตามโรงแรมต่างๆ ร้านอาหาร การจับจ่ายซื้อสินค้า รวมถึงแพ็คเกจทัวร์เรียนโยคะพร้อมเที่ยว 4 เกาะในกระบี่ เป็นการโปรโมทสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดนั้นๆ ว่ามีอะไรน่าเที่ยวบ้าง และยังกระจายรายได้สู่ชุมชนอีกทางนึงอีกด้วย คุณจะได้พบมิตรภาพใหม่ๆ แม้ว่าจะมาคนเดียวก็ตาม ส่วนในเรื่องของความปลอดภัย เรามีโรงพยาบาลเข้าร่วมกับกิจกรรมในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน เราพร้อมที่จะเข้าดูแลอย่างทันท่วงที

สำหรับแผนในอนาคตนั้น คุณแอมเผยว่าได้ทำโครงการแลกเปลี่ยนไปเวียดนาม เพราะตลาดเวียดนามกำลังโต เวียดนามมีความสนใจโยคะอย่างมากแต่ยังขาดประสบการณ์ ซึ่งได้มาทาบทามทางคุณแอมให้ไปเป็นหุ้นส่วนทำกิจกรรมร่วมกัน ในส่วนของประเทศเกาหลี ทางคุณแอมก็มี Partner กันอยู่เพื่อแลกเปลี่ยนครูไปสอนที่โน่น

“งาน Yoga Art and Dance นับว่ามีการพัฒนาขึ้นทุกปี และมีแนวโน้มผู้เข้าร่วมงานเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เราจึงอยากฝากข่าว ฝากประชาสัมพันธ์ถึงคนไทย ให้เข้ามาร่วมงานกันมากขึ้นค่ะ”

ในช่วงท้ายของการพูดคุย คุณแอมฝากเชิญชวนทุกท่านที่รักสุขภาพ ไปพบกับกิจกรรมเพื่อคนรักสุขภาพ ท้้งโยคะ เต้น หรือพักผ่อน ได้ในวันที่ 14 – 16 กุมภาพันธ์ 2563 ที่โครงการ One Nimman (วัน นิมมาน) ถนนนิมมานเหมินทร์ จังหวัดเชียงใหม่

ส่วนในกรุงเทพฯ เตรียมพบกับงาน Bangkok Asia Wellness Conference 2020 วันที่ 2-3 พฤษภาคม 2563 ติดตามกิจกรรมต่างๆ ได้ที่ http://www.eventpop.me หรือ line @ makefriends.foru ข้อมูลเพิ่มเติม http://www.asiawellness.net โทร. 090 657 3020

หลังจากคุยกับคุณแอมจบแล้ว แอดมินได้ไปร่วมสังเกตการณ์ในงาน Thailand Yoga Art & Dance 2019 พบว่ามีหลากหลายรูปแบบให้เลือก ไม่ว่าจะเป็นคลาส HARU THERAPY โดยครูเกาหลี Kim Sung Su, คลาส JIWAMUKI โดยครูญี่ปุ่น Heeki Park

คลาส YIN YANG โดย Chris Su ครูมาเลเซีย

คลาส SADHANA YOGA โดยครูอินเดีย Hemant Kumar, คลาส Sup Yoga โดยครูจีน Chen Yufei, คลาส Prana Flow & Classic Hatha โดย Praveen ครูจากอินเดีย

คลาส Acro Yoga โดยครูชาวสวิสเซอร์แลนด์ Patrick, คลาส Yoga Therapy โดยครูเวียดนาม Ma Tan Hoang, คลาส Chakra Balancing with Doterra Essential Oil โดยครูอเมริกัน Adabelle

นอกจากนี้คลาสเต้นรำให้เลือก เช่น คลาส DANCING HANUMAN โดยครูเกาหลี Kim Ihyun, คลาสบอลลีวู้ดแดนซ์และซัลซ่าแดนซ์ โดยครูอินเดีย Nareen, คลาสซุมบ้า โดยครูคิวบา Caro Arias, คลาส EMBODIED DANCE MOVEMENT THERAPEUTICS โดยครูโคลอมเบีย Daniel

ส่วนฝั่งไทยมีครูหลายท่าน อาทิ ครูแอปเปิ้ล คลาส Belly Dance/ Salsa Dance, ครูโบว์ ครูเก๋ คลาส MYRING FLOW

ครูเก๋ คลาส Sen Thai Yoga Massage, ครูดัชชี่ คลาส ASHTANGA FUSION, ครูจิมมี่ คลาส Hatha Vinyasa, ครูเอก คลาสมวยไทย

หมอดิน คลาส Shock Cells, Top Top คลาส Sadhana (Nature Yoga), ครูบั๊บ คลาส Aqua Yoga

บรรยากาศการเรียนการสอนเป็นไปด้วยความสนุกสนาน สามารถเรียนตามได้ไม่ยากมากนักเพราะจะมีล่ามมาช่วยแปลภาษาให้ โดยในห้องเรียนนั้นคุณครูกับผู้ช่วยจะมาคอยช่วยดูแลการวางท่าทางให้ถูกต้องด้วย

ส่วนคลาสกลางแจ้งก็มีความน่าสนใจไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็นคลาสมวยไทยจากขุนศึกทีม (ค่ายมวยขุนศึก) ที่นำโดยครูเอก มีการเรียนการสอนในสนามหญ้า

หรือจะเป็นคลาส Aqua Yoga ของครูบั๊บที่สอนกันในสระว่ายน้ำ

และคลาส SUP YOGA ของครูจีนที่สอนบนแผ่นบอร์ดลอยน้ำ

ส่วนบนชายหาดก็มีคลาส ARIEL YOGA โดยครู AVI กับครู Top Top

คลาส SADHANA YOGA โดยครู Hemant Kumar

คลาส ACRO YOGA ON THE BEACH โดยครู PATRICK, คลาส ACRO YOGA ON THE BEACH โดยครู Kim Han Soo & Kim Eun Jin, คลาส MORNING SUN SALUTATION โดยครู Yuya Sarashima, คลาส YIN YANG โดยครู CHRIS SU, คลาส MANIFEST FLOW โดยครู Timy Howard และคลาส HULA HOOP ON THE BEACH โดยครู Aom & Tiny

จากคลาสโยคะ เราขอแนะนำสถานที่จัดงานกันบ้างค่ะ โรงแรมอ่าวนาง วิลล่า รีสอร์ท ตั้งอยู่ริมหาดอ่าวนาง โดยมีถนนคั่นกลางระหว่างโรงแรมกับชายหาด สำหรับทางเข้าด้านหน้าโรงแรมนั้นเป็นถนนอ่าวนาง มีร้านสะดวกซื้อหลายร้าน รวมถึง 7-eleven ซึ่งหากเราต้องการอะไรเพิ่มเติมก็ไปซื้อได้ทันที นับว่าสะดวกมากๆ

ห้องพักของที่นี่มีหลายแบบให้เลือก ขนาดพื้นที่เริ่มต้นที่ 37 ตารางเมตร ถูกอกถูกใจพวกเรายิ่งนัก เพราะกว้างขวางเหลือเกิน

ห้องพักมีความสว่างสดใส มีหน้าต่างสูงจากพื้นจรดเพดาน และระเบียงส่วนตัวพร้อมทิวทัศน์ของทะเลอันดามันหรือหน้าผา บางห้องอยู่ห่างจากสระว่ายน้ำเพียงไม่กี่ก้าว

ห้องพักทั้ง 156 ห้อง มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งเครื่องปรับอากาศ, เสื้อคลุมอาบน้ำ, เครื่องเป่าผม, ตู้เซฟในห้องพัก, โทรทัศน์ นอกเหนือจากนั้นยังมี ร้านค้า, บาร์/ผับ, บริการซักรีด/ซักแห้ง, ห้องประชุม, ร้านอาหาร, รูมเซอร์วิส, ตู้นิรภัย

ทั้งนี้ผู้เข้าพักสามารถใช้บริการสิ่งอำนวยความสะดวกด้านกีฬาและนันทนาการ เช่น บริการนวด, สระว่ายน้ำ (สำหรับเด็ก), จาคุซซี, สโมสรสำหรับเด็ก, ห้องฟิตเนส, ซาวน่า, ห้องอบไอน้ำ ได้เช่นกัน

จากพื้นที่โรงแรม มีทางเดินข้ามถนนไปยังหาดอ่าวนางได้หลายจุด ชายหาดอ่าวนางมีเม็ดทรายสีนวลสะอาดตา เหมาะกับการเล่นน้ำ พักผ่อน อาบแดด หรือทำกิจกรรมมากมาย

แต่เหนือสิ่งอื่นใดนั้น สิ่งที่แอดมินประทับใจมากก็คือการบริการค่ะ พนักงานของที่นี่มีเซอร์วิสมายด์ ทำให้เรารู้สึกอบอุ่นมาก ใครสนใจมาพักที่นี่ ติดต่อ Aonang Villa Resort 113 หมู่ 2 หาดอ่าวนาง อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ 81180 โทร. (0) 75 637 271-4 E-mail : reservation@aonangvilla.com, info@aonangvilla.com

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: