Let's Talk

กรมการพัฒนาชุมชนฯ จับมือ โอทอป อินเตอร์เทรดเดอร์ จัดกิจกรรมการเจรจาธุรกิจครั้งแรก! ในงาน OTOP Midyear 2019

หลังจากที่ กระทรวงมหาดไทย โดยกรมการพัฒนาชุมชน ได้จัดงาน “OTOP MIDYEAR 2019” ภายใต้แนวคิด “OTOP SIGNATURE: รักษาเอกลักษณ์ สร้างสรรค์นวัตกรรม” ระหว่างวันที่ 15-23 มิถุนายน 2562 ณ อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 เมืองทองธานี โดยมีผู้ประกอบการ OTOP จากทั่วประเทศมาจัดแสดง และจำหน่ายสินค้ากว่า 2,500 ร้านค้า ปรากฏว่าเพียง 3 วันแรกที่จัดงานก็ได้รับกระแสตอบรับจากประชาชนเป็นอย่างดี โดยมีผู้เข้าชมงานแล้วกว่า 1.2 แสนคน

ข้อมูลนี้เปิดเผยโดย นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ซึ่งยังเผยอีกว่า ระหว่างวันที่ 15-16 มิถุนายน 2562 สามารถสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการโอทอปรวมกว่า 356 ล้านบาท คาดเงินสะพัดในงานเกิน 900 ล้านบาท ซึ่งสินค้า OTOP ที่ขายดี 3 อันดับแรก ได้แก่ ประเภทผ้าและเครื่องแต่งกาย มียอดจำหน่าย 91.7 ล้านบาท รองลงมาคือ ประเภท OTOP Best Seller มียอดจำหน่าย 56.9 ล้านบาท และอันดับ 3 เป็นประเภทของใช้ของตกแต่งบ้าน 47.8 ล้านบาท

นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน

“สำหรับสินค้าที่ได้รับความนิยมจากกลุ่มเป้าหมาย ยังคงเป็นสินค้าประเภทอาหารและเครื่องดื่ม ที่นำอาหารอัตลักษณ์จังหวัด อาหารถิ่นรสไทยแท้ทั่วประเทศ OTOP ชวนชิมร้านดัง มาจัดจำหน่าย ที่มียอดจำหน่ายรวมในกลุ่มประเภทอาหารสูงถึง 64.9 ล้านบาท โดยแบ่งเป็น อาหาร 40.8 ล้านบาท, OTOP ชวนชิม 13.3 ล้านบาท, เครื่องดื่ม 8.5 ล้านบาท, อาหารถิ่นรสไทยแท้ 2.1 ล้านบาท

“ทั้งนี้ เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้า และอำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชนที่ไม่สามารถมาร่วมงาน ก็สามารถสั่งอาหารจาก OTOP ชวนชิมจาก 40 ร้านดัง ที่การันตีจาก Wongnai ส่งตรงถึงที่โดยผ่านแอปพลิเคชั่น LINE MAN ครอบคลุมทุกเส้นทางทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑลได้อีกด้วย” อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชนกล่าว

ภายในงาน “OTOP MIDYEAR 2019” ยังมีไฮไลต์ที่น่าสนใจอย่างมากอีกอย่างคือ กรมพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ได้ดึงพันธมิตรคือ บริษัท โอทอป อินเตอร์เทรดเดอร์ (ประเทศไทย) จำกัด มาร่วมจัดกิจกรรมการเจรจาธุรกิจ (Business Matching) เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ซื้อพบผู้ขาย มาเจรจาธุรกิจร่วมกัน มากกว่า 200 รายทั่วประเทศ เพื่อช่วยขยายช่องทางการตลาด การจำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์โอทอป ทั้งในระดับจังหวัด ระดับภูมิภาค และระดับประเทศ​ เป็นครั้งแรก!

และนับเป็นโอกาสอันดีที่ GorgeousBkk ได้มีโอกาสรับฟังแนวคิด วัตถุประสงค์ รวมถึงเป้าหมายของการจัดกิจกรรมการเจรจาธุรกิจ (Business Matching) จาก นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน, นายวัชรพงศ์ ระดมสิทธิพัฒน์ ประธาน บริษัท โอทอป อินเตอร์เทรดเดอร์ (ประเทศไทย) จำกัด และนางสริตา จินตกานนท์ ผู้ชำนาญการ รักษาการผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนากลยุทธ์องค์กร สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) ณ บูธกิจกรรม ภายในงาน “OTOP MIDYEAR 2019” เมื่อวันก่อน

เริ่มที่ นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เปิดเผยว่า “ภายใต้กิจกรรมที่หลากหลายของการจัดงาน “OTOP Midyear 2019 : OTOP Signature รักษาเอกลักษณ์ สร้างนวัตกรรม” ยังมีกิจกรรมพิเศษจัดขึ้นเป็นปีแรกในงาน OTOP Midyear คือโครงการกิจกรรมการเจรจาจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) เนื่องจากว่าปัจจุบันมีผู้ผลิตสินค้าโอทอปเพิ่มขึ้นมากมายแต่บางรายยังประสบปัญหาด้านการพัฒนาสินค้า ด้านช่องทางการกระจายสินค้า กรมการพัฒนาชุมชน ซึ่งรับนโยบายจากรัฐบาล เห็นความสำคัญการทำการตลาด และการขยายช่องทางการจำหน่ายสินค้าโอทอปในระดับประเทศและต่างประเทศ จึงได้มอบหมายให้ บริษัท โอทอป อินเตอร์เทรดเดอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้ดูแลจัดกิจกรรมการเจรจาจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) เพื่อเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมงานแสดงสินค้าของประเทศไทยให้สามารถเชื่อมโยงกับผู้ซื้อทั้งในประเทศและต่างประเทศ”

นายนิสิต กล่าวต่อไปว่า กรมการพัฒนาชุมชน กำหนดแนวทางในการขับเคลื่อน 3 ด้าน คือ การพัฒนาคุณภาพ การพัฒนามาตรฐาน และการก้าวสู่สากล กล่าวคือ การพัฒนาคุณภาพ หมายถึง การส่งเสริมอัตลักษณ์ของสินค้า การพัฒนาสินค้าภูมิปัญญา การสร้างเรื่องราวของสินค้า (Story) กรณีประเภทอาหารจะต้องสะอาด ปลอดภัยและ NOFOAM โดยการพัฒนาจะรวมกลุ่มเป็น Cluster เช่น Cluster กระเป๋า, Cluster ผ้า, Cluster สมุนไพร, Cluster อาหาร (กระยาสารท, น้ำพริก, ข้าวแต๋น เป็นต้น) โดยรูปแบบการพัฒนาจะมีทั้งการจ้างที่ปรึกษามาพัฒนาและใช้โรงเรียน OTOP เป็นหน่วยในการพัฒนาในประเภทอาหาร

ส่วน การพัฒนามาตรฐาน หมายถึง การส่งเสริมและสนับสนุนให้สินค้าได้รับการรับรองคุณภาพมาตรฐานตามที่กำหนด เช่น มาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน มาตรฐาน อย. การส่งเสริมให้สินค้าเป็น GI ตลอดจนการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการพัฒนามาตรฐาน

สำหรับ การก้าวสู่สากล หมายถึง การนำสินค้าไปจำหน่ายในห้างสรรพสินค้า ขณะนี้ที่ดำเนินการอยู่มีการนำสินค้าไปจำหน่ายในห้างไอคอนสยาม ห้างซีคอนสแควร์ และห้างเซ็นทรัลเวิลด์

ถัดมาคือการนำสินค้าไปจำหน่ายต่างประเทศ ซึ่งในปี 2562 กรมการพัฒนาชุมชน ได้นำสินค้าไปจำหน่ายในต่างประเทศแล้ว 5 ประเทศ ได้แก่

1) การนำผ้าฝ้ายทอมือตามโครงการ WOW อีสาน ภายใต้แบรนด์ “Cotton Thailand” ไปจำหน่าย ณ ประเทศฮังการี

2) การนำกระเป๋าแบรนด์เนมไปจำหน่าย ณ ประเทศฮ่องกง โดยมียอดจำหน่ายมากกว่า 68 ล้านบาท) นอกจากนั้นยังได้ร่วมมือกับกระทรวงต่างประเทศภายใต้โครงการ Thai Festival 2019 : Local Best, Global Taste

3) นำสินค้าไปจำหน่ายในงานเทศกาลไทย ณ กรุงโตเกียวประเทศญี่ปุ่น

และ 4) นครเชี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน

ทั้งนี้ตามโครงการนี้มีแผนจะนำสินค้าไปจัดแสดงและจำหน่าย ณ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ในวันที่ 20-21 กรกฎาคม 2562 และสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ในวันที่ 23-24 สิงหาคม 2562

นอกจากนี้ ด้านการจำหน่ายทาง E- Commerce ทางกรมการพัฒนาชุมชน ได้มีการส่งเสริมใน 2 ช่องทางหลัก คือ 1) ส่งเสริมให้ทุกจังหวัดดำเนินการขายแบบ E-Commerce โดยกรมการพัฒนาชุมชนเป็นศูนย์รวมเว็บลิงค์ และ 2) ส่งเสริมการพัฒนาสินค้า OTOP ให้พร้อมไปวางจำหน่ายบนแพลตฟอร์มที่มีชื่อเสียง เช่น Lazada, ร้านฟาร์มสุข AIS, Weloveshopping และ Lineman

ด้าน นายวัชรพงศ์ ระดมสิทธิพัฒน์ ประธาน บริษัท โอทอป อินเตอร์เทรดเดอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “ปัจจุบันสภาพการตลาดสินค้าโอทอปในประเทศได้พัฒนาและเปลี่ยนแปลงไปมากกว่าเดิม การที่จะนำพาสินค้าโอทอปเข้าสู่ระบบการตลาดสากล จำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนและพัฒนาให้เหมาะสมกับยุคสมัย กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย เล็งเห็นความสำคัญการทำการตลาด และการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้าโอทอปทั้งในประเทศและต่างประเทศ ได้มอบหมายให้ บริษัท โอทอป อินเตอร์เทรดเดอร์ จัดกิจกรรมการเจรจาทางธุรกิจ (Business Matching) เพื่อส่งเสริมช่องทางการตลาด การจำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์โอทอปในการจับคู่ธุรกิจระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของการจัดกิจกรรมนี้ภายในงาน OTOP Midyear ที่เมืองทองธานี

นายวัชรพงศ์ ระดมสิทธิพัฒน์ ประธาน บริษัท โอทอป อินเตอร์เทรดเดอร์ (ประเทศไทย) จำกัด

“โดย บริษัท โอทอป อินเตอร์เทรดเดอร์ มีการเชิญกลุ่มผู้ขายเข้าร่วมแสดงและจำหน่ายสินค้าทั้งในระดับจังหวัด ระดับภูมิภาค และระดับประเทศมากกว่า 200 ราย ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีแรกภายในบูธของ OTOP Intertrader ภายในงาน OTOP Midyear 2019 ทั้งนี้เพื่อเพิ่มโอกาสในการแข่งขันทางธุรกิจของกลุ่มผู้ประกอบการทุกระดับได้มาเจรจากันโดยตรง โดยได้ทำการแบ่งกลุ่มเจรจาออกเป็นประเภทสินค้าต่างๆ ของแต่ละภาค เพื่อให้ง่ายต่อการเจรจา และมีทีมให้คำปรึกษา ภายในบูธจัดให้มีการจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์โอทอปผ่านศูนย์จำหน่ายสินค้า OTOP OUTLET เป็นศูนย์รวมสินค้าโอทอปจากทั่วประเทศ ช่วยเพิ่มช่องทางการตลาดและให้เกิดมูลค่าการซื้อขายในงาน”

นายวัชรพงศ์กล่าวต่อไปว่า กิจกรรมการเจรจาทางธุรกิจ (Business Matching) ของกลุ่มผู้ค้าปลีกค้าส่งเป็นสิ่งที่ทางบริษัทฯ ยังไม่เคยทำมาก่อน แต่เมื่อทำแล้วก็เห็นผลทันที เพราะมีคู่ค้าต่างชาติอย่างจีน มาเลเซีย รวมถึงผู้ที่ทำธุรกิจท่องเที่ยวก็เข้ามาเจรจาซื้อขายกัน ทั้งนี้เป้าหมายหลักของ บริษัท โอทอป อินเตอร์เทรดเดอร์ฯ มีสองบทบาท คือเป็นทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย โดยในส่วนของบทบาทผู้ซื้อนั้น บริษัทฯ ทำการคัดเลือกสินค้าจากผู้ประกอบการที่มาแสดงในงาน แล้วจัดซื้อเข้าสู่ระบบช่องทางการตลาดที่จะดำเนินการหลังจากจบงานนี้ นั่นคือนำไปวางจำหน่ายในร้านธงฟ้าประชารัฐ ที่มีอยู่ทั่วประเทศราว 60,000 กว่าร้านค้า และร้านโชว์ห่วยในชุมชนที่กระจายอยู่ทั่วประเทศกว่า 300,000 ร้านค้า ตรงนี้เองที่ตนมองว่าเป็นช่องทางการตลาด และช่วยเพิ่มมูลค่าการซื้อขายสินค้าโอทอปได้

นางสริตา จินตกานนท์ ผู้ชำนาญการ รักษาการผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนากลยุทธ์องค์กร สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) เปิดเผยว่า “สสปน. ขับเคลื่อนโครงการ Empower Thailand Exhibition (EMTEX) มุ่งพัฒนาอุตสาหกรรมงานแสดงสินค้าของประเทศไทย โดยให้การสนับสนุนการจัดกิจกรรมการเจรจาจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรกของงาน OTOP Midyear 2019 เพื่อยกระดับการจัดงานแสดงสินค้าผลิตภัณฑ์โอทอปที่ยิ่งใหญ่ระดับประเทศ

“โดย สสปน.ให้การสนับสนุนเป็นที่ปรึกษาตลอดจนให้คำแนะนำการเพิ่มประสิทธิภาพการขยายตลาด กิจกรรมส่งเสริมการขายและการประชาสัมพันธ์ รวมถึงการนำนวัตกรรมเทคโนโลยีมาใช้ในการจัดกิจกรรมเจรจาธุรกิจครั้งนี้ด้วย และพร้อมให้การผลักดันในระยะยาวอย่างเต็มที่ ซึ่งการสนับสนุนงานในครั้งนี้ถือเป็นการผลักดันงานแสดงสินค้าเพื่อธุรกิจ (Trade Exhibition) ของสินค้าผลิตภัณฑ์โอทอปจากทั่วประเทศ เพื่อเสริมสร้างเศรษฐกิจของประเทศไทยให้เติบโตโดยกลไกของงานแสดงสินค้า”

นางสริตา จินตกานนท์ ผู้ชำนาญการ รักษาการผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนากลยุทธ์องค์กร สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน)

นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวถึงเป้าหมายและความคาดหวังในการจำหน่ายสินค้า OTOP ภายในงาน OTOP Midyear 2019 ว่า “เป้าหมายในการจัดงานครั้งนี้คือ จำนวนผู้ประกอบการ OTOP ที่เข้าร่วมจำหน่ายไม่น้อยกว่า 3,000 ราย และยอดจำหน่ายไม่น้อยกว่า 900 ล้านบาท โดยคาดหวังว่างาน OTOP Midyear 2019 จะทำให้ผู้ประกอบการได้เรียนรู้รสนิยมความต้องการสินค้า OTOP ของลูกค้าและนำไปปรับปรุงสินค้าให้มีคุณภาพมาตรฐานสอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า รวมทั้งทำให้สินค้า OTOP เป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับไปทั่วประเทศ อันจะส่งผลต่อรายได้ที่เกิดขึ้นได้กระจายไปยังชุมชนก่อให้เกิดการขยายตัวของเศรษฐกิจฐานราก และลดความเหลื่อมล้ำของประชาชนตามนโยบายของรัฐบาล”

อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวเสริมว่า งาน OTOP Midyear 2019 ได้นำสินค้าที่เป็นอินโนเวชั่น สินค้าโอทอปพรีเมียม สินค้าที่ได้รับการคัดสรรสุดยอดผลิตภัณฑ์ระดับจังหวัด สินค้าโอทอปศิลปิน สินค้าโอทอปชวนชิมประเภทอาหารที่ชนะเลิศการประกวดอาหารมาจัดแสดง ตนก็หวังว่าจะได้รับเสียงตอบรับที่ดีทั้งทางด้านยอดขาย และการจับคู่ทางธุรกิจ

“ผมใคร่ขอเชิญชวนทุกท่านมาร่วมงาน OTOP Midyear 2019 ที่ยิ่งใหญ่และครบถ้วนที่สุด ณ อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 เมืองทองธานี ซึ่งได้รวมสินค้าจาก 76 จังหวัด กับสินค้า 5 กลุ่มประเภท เรียกได้ว่าเป็นงานที่รวมของดี มีของครบ พบนวัตกรรม ซึ่งนอกจากจะมีสินค้าคุณภาพมากมายให้เลือกซื้อแล้ว ยังมีกิจกรรมความบันเทิงจากศิลปินอัดแน่นตลอดทั้ง 9 วันอีกด้วยครับ” อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชนกล่าว

ทั้งนี้งาน “OTOP MIDYEAR 2019 : OTOP SIGNATURE รักษาเอกลักษณ์ สร้างสรรค์นวัตกรรม” ยังมีกิจกรรมที่สร้างสีสันอีกมากมาย อาทิ มินิคอนเสิร์ตจากศิลปินลูกทุ่งชื่อดัง การแสดงศิลปวัฒนธรรม 4 ภาค กิจกรรม “นาทีทอง” นำสินค้า OTOP คุณภาพดีมาจำหน่ายในราคาพิเศษทุกวันๆ ละ 2 รอบ รวมถึงมาตรการ OTOP ช้อปช่วยชาติ ที่สามารถนำใบเสร็จรับเงินไปลดหย่อนภาษีได้ โดยงานจะจัดต่อเนื่องไปถึงวันที่ 23 มิถุนายน 2562 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1 – 3 ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี ตั้งแต่เวลา 10.00 – 21.00 น.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: