News And Events

“นีโอ” เตรียมจัดงานใหญ่ “InterCare Asia 2019” ศูนย์รวมสินค้า-นวัตกรรมเพื่อผู้สูงอายุ

“นีโอ” เตรียมจัดงาน “InterCare Asia2019” นำสินค้า – นวัตกรรมจัดแสดง หวังเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ “เมดิคอลฮับนานาชาติ” สร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน หลังไทยขึ้นแท่น 1 ใน 5 จุดหมายปลายทางต่างชาติใช้ชีวิตหลังเกษียณ ชี้ความพร้อมทางด้านโครงสร้างพื้นฐาน ศักยภาพทางการแพทย์ส่งผลต่อความเชื่อมั่น และบริการที่ดีของไทย เป็นจุดขายสำคัญ

นายศักดิ์ชัย ภัทรปรีชากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็น.ซี.ซี.เอ็กซิบิชั่น ออกาไนเซอร์ จำกัด (นีโอ) กล่าวว่าประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงทางสังคมของประชากร ที่กำลังก้าวเข้าสู่การเป็น “สังคมผู้สูงวัย” (Aged society) อย่างสมบูรณ์ และในอีก 20 ปีข้างหน้าสังคมผู้สูงอายุจะโตเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า จากปัจจัยของคู่รักที่ไม่นิยมมีบุตร และอัตราการเกิดลดน้อยลง

ขณะเดียวกันพบว่าการแพทย์มีการพัฒนามากขึ้น จึงเป็นเหตุผลให้ผู้สูงวัยมีอายุยืน และมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยจำนวนประชากรผู้สูงอายุในประเทศไทย ปี 2561 อยู่ที่10,666,803 ล้าน คิดเป็นร้อยละ 15 จากจำนวนประชากรทั้งหมดของไทย และคาดว่าในปี 2564 จะเพิ่มเป็นร้อยละ 20 ของจำนวนประชากร ส่งผลให้สถานการณ์ตลาดผู้สูงอายุมีแนวโน้มการเติบโต ในกลุ่มธุรกิจที่สอดคล้องกับความต้องการผู้สูงอายุ อาทิ ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ธุรกิจการท่องเที่ยวสำหรับผู้สูงอายุ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจเนอร์สซิ่งโฮมและโฮมแคร์ ธุรกิจความงาม ธุรกิจการวางแผนทางการเงิน เป็นต้น

ขณะที่ความต้องการด้านการดูแลรักษาสุขภาพของประชากรโลกก็มีเพิ่มขึ้นเช่นกัน ประกอบกับประเทศไทยเป็น 1 ใน 5 จุดหมายปลายทางของคนสูงวัยจากทั่วโลกต้องการเข้ามาท่องเที่ยว พักผ่อน หรือใช้ชีวิตยามบั้นปลาย เนื่องจากไทยตั้งอยู่บนพื้นที่เขตอบอุ่น ไม่หนาว บวกกับความได้เปรียบในเรื่องของ อาหาร เมดิคัลแคร์ เซอร์วิส และการบริการที่ดีเยี่ยมพร้อมกับราคาที่ไม่แพงมาก จึงเป็นโอกาสให้กับประเทศไทย ที่จะผลักดันให้เศรษฐกิจเชิงสุขภาพ (Wellness Economy) เติบโตเป็น Medical Hub หรือศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ

ตลาดกลุ่มสินค้าและธุรกิจบริการสุขภาพในประเทศไทย มีการขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในปัจจุบันมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 107,000 ล้านบาท และมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยที่ผ่านมาพบว่าตลาดคนไข้ต่างชาติของโรงพยาบาลเอกชนไทยมีผู้ใช้บริการกว่า 3.42 ล้านครั้งในปี 2561 โดยแบ่งเป็นผู้ที่เดินทางมาท่องเที่ยวพร้อมกับรักษาพยาบาล หรือ Medical Tourism 2.5 ล้านครั้ง และกลุ่มชาวต่างชาติที่ทำงานในประเทศไทย หรือ Expat 9.2 แสนครั้ง

ตลาดสำคัญยังเป็นลูกค้าชาวเอเชีย ได้แก่ ญี่ปุ่น เมียนมา กัมพูชา และจีน ซึ่งจะเข้ามาชดเชยรายได้กลุ่มคนไข้จากตะวันออกกลางที่มีจำนวนลดลงต่อเนื่องและมีแนวโน้มหดตัว หากพิจารณาสัดส่วนคนไข้ชาวต่างชาติที่มาใช้บริการโรงพยาบาลเอกชนไทยพบว่ากลุ่มตะวันออกกลางยังครองส่วนแบ่งสูงสุดที่ 12.5% รองลงมาคือเมียนมา 8.7% สหรัฐอเมริกา 6.2% สหราชอาณาจักร 5% ญี่ปุ่น 4.9% และกัมพูชา 2.2% สะท้อนกำลังซื้อของประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มอาเซียนที่มีศักยภาพและเป็นโอกาสในการรุกตลาดสุขภาพของผู้ประกอบการไทยได้เช่นกัน

นายศักดิ์ชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดงาน InterCare Asia ได้จัดต่อเนื่องกันขึ้นเป็นครั้งที่ 4 แล้ว และในแต่ละปีก็ได้นำสินค้าและบริการใหม่ๆ เข้ามาจัดแสดงภายในงานอย่างต่อเนื่อง และมีความตั้งใจที่จะเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายรัฐ ที่จะผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางธุรกิจสุขภาพและการแพทย์นานาชาติ โดยในปีนี้คาดว่าจะมีผู้เข้าชมงานตลอดระยะเวลา 3 วัน มากกว่า 5,000 คน และจะเกิดการซื้อขายภายในงานไม่น้อยกว่า 700 ล้านบาท

งาน InterCare Asia ได้กำหนดจัดงานขึ้นระหว่างวันที่ 11-13 กรกฎาคม 2562 ณ ฮอลล์ 99 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทคบางนา กรุงเทพมหานคร โดยมี กิจกรรมหลัก 3 ส่วน คือ การจัดแสดงสินค้า (Exhibition) การประชุมสัมมนา (Conference) และการจับคู่ทางธุรกิจ (Business Matching)

งานจัดแสดงสินค้าจะแบ่งออกเป็นทั้งหมด 5 โซน ได้แก่ โซนเวชศาสตร์ฟื้นฟูและอุปกรณ์ที่ใช้ในบ้าน (Rehabilitation & Home Care) โซนบริการของโรงพยาบาลและคลีนิคในการดูแลสุขภาพ (Hospital/Clinic and Care Service) โซนอาหารและอาคารเสริมเพื่อสุขภาพ (Nutritional/Supplement & Healthy Food) โซนผลิตภัณฑ์สุขภาพทั่วไป (General Health & Other) และโซนธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (Zone SME)

นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดงสินค้าและบริการของกลุ่มธุรกิจที่มีแนวโน้มเติบโตตามความต้องการของผู้สูงอายุ อาทิ อาหารเพื่อสุขภาพ เช่น อาหารที่มีไขมันต่ำ ไม่มีคอเลสเตอรอล น้ำตาลน้อยหรือไม่มีเลย และมีส่วนประกอบที่ป้องกัน ลดความเสี่ยงโรคที่เกิดกับผู้สูงอายุ เช่น โรคหัวใจ มะเร็ง เบาหวาน รวมถึงสามารถย่อยได้ง่ายเมื่อรับประทานเข้าไปแล้ว เป็นต้น รวมทั้งเฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ภายในบ้าน ซึ่งต้องมีการออกแบบให้เหมาะสมกับลักษณะทางกายภาพ และวิถีการดำเนินชีวิตของกลุ่มผู้สูงอายุที่สภาพร่างกายเริ่มถดถอยด้วย พร้อมทั้งจัดเสวนานำเสนอข้อมูลความรู้เกี่ยวกับการวางแผนชีวิตของการเป็นผู้สูงอายุให้มีความสุขอย่างยั่งยืน รวมทั้งกิจกรรม Business Matching การจับคู่ทางธุรกิจเพื่อช่วยต่อยอดในการทำธุรกิจ

นายเดชา โฆษิตธนากร รองประธานสายงานส่งเสริมการค้าการลงทุน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ เป็นประเด็นที่หลายประเทศให้ความสำคัญ โดยเฉพาะประเทศไทย ซึ่งถือเป็นประเทศหนึ่งที่ได้ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุแล้ว โดยปัจจัยดังกล่าวส่งผลกระทบในหลายๆ ด้าน ทั้งในด้านสังคมและสุขภาพ รวมถึงภาคอุตสาหกรรมซึ่งเป็นส่วนสำคัญของเศรษฐกิจไทย

ดังนั้นการจัดงาน InterCare Asia 2019 จึงเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยสร้างการตระหนักรู้ให้กับคนในสังคม และในฐานะพันธมิตรร่วมจัดงาน InterCare Asia 2019 งานแสดงสินค้านวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อผู้สูงอายุ ทางสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ได้เชิญชวนสมาชิกสภาอุตสาหกรรมฯ และผู้ประกอบการทั่วไป เพื่อเข้าร่วมแสดงสินค้า โดยเฉพาะในกลุ่มเครื่องมือแพทย์ อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ รถเข็น เป็นต้น

“ภายในงาน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ได้เชิญสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) มาเสวนาวิชาการในหัวข้อ “อาหารสำหรับผู้สูงอายุ (Aging Food)” เพื่อชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการบริโภค และเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในด้านอาหารแก่กลุ่มผู้สูงอายุซึ่งตอบสนองต่อการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ (Aging Society)ในปัจจุบันด้วย”  นายเดชา กล่าว

นางสาวกนกพร ดำรงกุล ผู้อำนวยการฝ่ายอุตสาหกรรมการแสดงสินค้านานาชาติ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ TCEB กล่าวว่า ทีเส็บมีนโยบายใช้งานแสดงสินค้าเป็นเครื่องมือขับเคลื่อนการเติบโตและการพัฒนาของภาคธุรกิจและเศรษฐกิจในภาพรวม รวมทั้งสนับสนุนงานแสดงสินค้าที่มีการส่งเสริมนวัตกรรมสำหรับผลิตภัณฑ์และบริการซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของนโยบาย “Thailand 4.0” รวมทั้งสนับสนุนงานใน 10 กลุ่มอุตสาหกรรมหลักของนโยบาย 4.0

งาน InterCare Asia 2019 ที่มีเนื้อหาสาระสอดคล้องกับอุตสาหกรรม Health and Wellness และ Medical Integrated Service ของนโยบาย 4.0 จึงเป็น 1 ในงานเป้าหมายของการสนับสนุนจากทีเส็บ และเชื่อมั่นว่าผู้จัดงานและผู้เกี่ยวข้องจากทุกฝ่ายจะสามารถผลักดันให้งาน InterCare Asia เป็นกลไกของการช่วยยกระดับอุตสาหกรรม Health and Wellness และ Medical Integrated Service ของไทยให้มีมาตรฐานก้าวไกลตอบสนองตลาดโลกได้ต่อไป

สำหรับการจัดงาน InterCare Asia 2019 ในครั้งนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-13 กรกฎาคม 2562 ณ HALL 99 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://intercare-asia.com/ หรือโทร. 02-203-4241-4

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.