Lifestyle+Travel Review

สูง สวย เสียว ที่เดียวครบ ณ ‘มหานคร สกายวอล์ค’

‘มหานคร สกายวอล์ค’ ใครได้ยินชื่อคงรู้แล้วว่าที่นี่คือที่สุดของแลนด์มาร์คแห่งใหม่ในกรุงเทพมหานคร แถมหลายคนคงไปเที่ยวชมกันมาหลายหนแล้ว แต่แอดมินเพิ่งมีโอกาสไปชมค่ะ เพราะว่ากลัวความสูง แต่พอมีคนมาบอกว่า สวยมาก ควรไปดูสักครั้งในชีวิต งานนี้เลยบอกตัวเองว่า…ต้องไป!

การเดินทางสำหรับแอดมินก็ไม่ยากเพราะใช้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอส ลงที่สถานีช่องนนทรี แล้วก็ไปตามทางที่บอกว่าเป็นทางเข้ามหานครคิวบ์ เราเดินผ่านอาคารไปจะเจอบันไดเลื่อนลงไปชั้นล่าง จากนั้นก็เดินไปยังอาคารคิง เพาเวอร์ มหานคร โดยทางด้านซ้ายมือของทางเข้าจะมีช่องจำหน่ายบัตรสำหรับขึ้นชม ‘มหานคร สกายวอล์ค’ (Mahanakhon Skywalk) ซึ่งเปิดให้บริการตั้งแต่ 10.00-24.00 น. แต่จะปิดจำหน่ายบัตรเวลา 23.00 น.

บัตรเข้าชม แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่:

ประเภทของบัตร รายละเอียด ราคาบัตรผู้ใหญ่ ราคาบัตร เด็ก/ผู้สูงอายุ

*เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี และผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป

มหานคร สกายวอล์ค จุดชมวิวภายในอาคาร

(ชั้น 74)

850 บาท 250 บาท
มหานครสกายวอล์ค

และรูฟท็อปบาร์

จุดชมวิวภายในและภายนอกอาคาร

(ชั้น 74 และชั้น 78)

1,050 บาท 450 บาท

แต่ว่าช่วงนี้ถึงวันที่ 31 มกราคม 2562 ยังมีโปรโมชั่นซื้อบัตรเข้าชมจุดชมวิวภายใน และภายนอกอาคารในราคา 765 บาทเท่านั้น (จากราคาปกติ 1,050 บาท) พอซื้อบัตรแล้วเราจะได้คูปองเครื่องดื่มที่ไม่ใช่แอลกอฮอล์ 1 แก้ว และคูปองส่วนลด 100 บาทสำหรับเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์

จากนั้นพนักงานก็นำเราไปยังลิฟต์ ระหว่างทางที่เดินไปลิฟต์ก็มีจุดถ่ายรูปที่มีช่างภาพพร้อมบันทึกภาพให้กับผู้สนใจก่อนจะนำไปตกแต่งด้วยโปรแกรม แต่พวกเราไม่ได้ถ่ายภาพเลยไม่เห็นว่าภาพที่ออกมาจะเป็นอย่างไร ได้ยินพนักงานบอกว่าจะเป็นภาพที่มีฉากหลังเป็นยอดตึก คิง เพาเวอร์ มหานคร

สำหรับลิฟต์ที่เราขึ้นไปมีความเร็วมาก เพราะใช้ความเร็ว 480 เมตร ต่อนาที และไม่มีจอดระหว่างทาง ตอนอยู่ในลิฟต์ก็มีอาการหูอื้อเป็นบางช่วง

แล้วลิฟต์ก็มาจอดที่ชั้น 74 ให้พวกเราได้เดินชมทิวทัศน์รอบๆ แบบ 360 องศา และชั้นนี้ก็มีกล้องส่องทางไกลที่ใช้เหรียญ 10 บาท 2 เหรียญหยอดเพื่อใช้งาน

นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยี AR ที่ให้เราได้สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อเข้าสู่โปรแกรม เมื่อเรานำมือถือยกขึ้นไปส่องยังทิวทัศน์นอกกระจก บนมือถือก็จะปรากฏหมุดให้เราคลิกเข้าไปชมายละเอียดของสถานที่นั้นๆ

หรือเราจะเลือกอ่านข้อมูลของสถานที่สำคัญๆ ที่อยู่รอบๆ จากหน้าจอที่ตั้งไว้ตามจุดต่างๆ ก็ได้เช่นกัน ซึ่งตามรูปที่พวกเราถ่ายมานี้ ถ่ายโดยยกกล้องมือถือขึ้นไปถ่ายบนเพดาน ซึ่งมีความใสราวกระจก และเมื่อเราเงยหน้าขึ้นไปมองเพดานก็จะทำให้เห็นว่าบนพื้นที่มีลวดลายอยู่นั้นคือแผนที่นั่นเอง

รูปนี้ถ่ายจากภาพสะท้อนบนเพดาน เลยได้ภาพกลับด้าน

สำหรับชั้นนี้ก็มีมุมถ่ายภาพสวยๆ ตามความชอบด้วยค่ะ อย่างสาวๆ ก็ไม่ควรพลาดภาพแนวซิลลูเอทนะคะ

ที่ชั้น 74 นี้ยังมีตู้ไปรษณีย์บริการด้วยนะคะ แล้วก็นับว่าเป็นตู้ไปรษณีย์ที่สูงที่สุดในประเทศไทย เพราะตั้งอยู่บนชั้น 74 ของ คิง เพาเวอร์ มหานคร ที่นี่นักท่องเที่ยวสามารถส่งโปสการ์ดไปได้ทั่วโลกเลยค่ะ

จากนั้นใครที่ซื้อบัตรชม Rooftop ไว้ก็จะต้องขึ้นบันไดเลื่อนไปที่ชั้น 75 เพื่อใช้ลิฟต์แก้วขึ้นไปยังชั้น 78 หรือถ้าใครอยากออกกำลังก็สามารถใช้บันไดเดินขึ้นไปได้ค่ะ ส่วนใครอยากเข้าห้องน้ำก็ใช้บริการได้ที่ชั้น 75 นี้ ซึ่งในห้องน้ำก็จะมีผนังกระจกใสให้เรามองเห็นวิวข้างนอกได้ด้วย

ลิตฟ์แก้วที่เราใช้ขึ้นไปยังชั้น 78 เป็นลิฟต์ทรงกลม จุคนได้เยอะเลยค่ะ เมื่อขึ้นไปถึงแล้ว พอเดินออกมาทางซ้ายมือจะมีบาร์จำหน่ายเครื่องดื่ม พวกเรากระหายน้ำจึงสั่งโค้กใส่มะนาวฝานมาดื่ม ซึ่งที่บาร์นี้ยังมีเครื่องดื่มน้ำอัดลมแบบไทยๆ ที่น่าลองอีกด้วยนะคะ อย่างน้ำมะนาว น้ำมะม่วง

ส่วนทางขวามือเป็นผนังกระจกตลอดแนวให้ชมวิวอย่างจุใจ โดยทางฝั่งนี้จะเป็นทิศตะวันตก มองเห็นสะพานตากสิน ตึกเอ็มไพร์สเตท ไอคอนสยาม คุ้งน้ำแม่น้ำเจ้าพระยา รวมถึงหมู่ตึกน้อยใหญ่มากมาย

เนื่องจากพวกเราขึ้นไปกันเร็ว อากาศจึงยังอบอ้าวเล็กน้อย แต่ลมก็พัดเย็นสบาย เราจึงเดินชมรอบๆ และไปสวมถุงเท้าครอบรองเท้าของเราเพื่อลงไปเดินเล่นบน Glass Tray หรือลานกระจกลอยฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในโลกกันก่อน ตรงนี้มีความสูงเหนือพื้น 310 เมตรค่ะ

งานนี้แอดมินขอส่งน้องลงไปเล่นก่อนค่ะ เพราะรู้สึกใจหวิวๆ ระหว่างนี้ก็ได้เห็นว่าด้านล่างพื้นกระจกเมื่อมองลงไปจะเห็นขบวนรถไฟฟ้าขนาดจิ๋ว และยอดตึก อาคารต่างๆ แลดูสวยงาม ความกลัวก็เริ่มลดน้อยลง

ทว่าเมื่อถึงคิวตัวเองลงไปเดินก็รู้สึกเสียวไส้อีกรอบ เลยขอเดินไปตามขอบก่อนเพื่อไปถ่ายรูปตรงมุมที่มีที่นั่งให้พักทำใจ เพราะเมื่อเราลงไปในนี้ เจ้าหน้าที่จะไม่อนุญาตให้เรานำมือถือลงไปนะคะ ต้องให้เพื่อนถ่ายรูปจากข้างนอกให้ แล้วเราก็มีเวลาแอ็คท่าถ่ายรูปอยู่ในลานกระจกนี้คนละ 10 นาทีค่ะ ซึ่งแน่นอนว่าแอดมินอยู่ไม่ถึง 10 นาทีหรอก

พอขึ้นจากลานกระจกก็อาศัยดูคนอื่นเดินเล่น แอ็คท่าอย่างสนุกสนาน แล้วก็เดินขึ้นไปชมวิวที่ชั้นดาดฟ้า ซึ่งตรงนี้มีบอกด้วยว่ามีความสูงถึง 314 เมตร

เดินวนไปเวียนมาพอเมื่อยแล้วเราก็มานั่งรอชมพระอาทิตย์ตกค่ะ ซึ่งวันที่ไปนั้นท้องฟ้าแจ่มใส เราจึงได้เห็นพระอาทิตย์ตกดินเป็นทรงไข่แดงสวยงาม

แถมการนั่งเฝ้าดูท้องฟ้าเปลี่ยนสีเช่นนี้ก็ไม่น่าเบื่อเลยเพราะสีสันของท้องฟ้ามีความเปลี่ยนแปลงไปตามระยะเวลาที่พระอาทิตย์ใกล้ตกดินค่ะ แถมสีสันของแม่น้ำเจ้าพระยาที่สะท้อนแสงก็เปลี่ยนจากสีทองมาเป็นสีชมพูแดงอีกด้วย

สำหรับวิวที่แอดมินชอบมากก็คือ ภาพหมู่ตึกที่ไล่เรียงซ่อนตัวอยู่หลังม่านหมอก หรือม่านฝุ่นนี่ล่ะคะ ดูแล้วน่าจะเป็นหมู่ตึกที่ขึ้นตามแนวรถไฟฟ้า เห็นแล้วนึกถึงภาพสวยๆ ที่เคยดูในหนัง พอมาเห็นด้วยตาตัวเองก็รู้สึกว่านั่งมองโดยไม่รู้เบื่อ

หลังพระอาทิตย์ตก อาคารต่างๆ ก็เริ่มเปิดไฟ เป็นอีกหนึ่งบรรยากาศที่สวยงามมาก อาคารที่เปิดไฟและเห็นความสวยงามก่อนใครเห็นจะเป็นไอคอนสยามค่ะ ด้วยพื้นที่ที่กว้างขวาง ตั้งอยู่ติดริมแม่น้ำ และมีแสงไฟหลายสี ก็ทำให้มองเพลินเช่นกัน

หลังจากดูพระอาทิตย์ตกดินและสีสันแสงไฟยามค่ำคืนแล้ว พวกเราก็กลับมายังชั้น 75 โดยใช้ลิฟต์แก้วและเดินลงมาเพื่อต่อลิฟต์ลงไปที่ชั้น 4 ที่เป็น คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี และร้านค้าปลีก (KING POWER DUTY FREE AND RETAIL SHOPS) ให้เลือกซื้อสินค้าติดมือกลับบ้าน โดยมีให้เดินชมอย่างจุใจตั้งแต่ชั้น 4 เรื่อยมาจนถึงชั้น 1

ใครสนใจอยากไปสัมผัสประสบการณ์ “สูง สวย เสียว” ครบในที่เดียวแบบพวกเรา รีบไปชมในช่วงลดราคานี้ได้จนถึงวันที่ 31 มกราคมนี้นะคะ และสามารถติดตามข่าวสารได้ที่ เว็บไซต์ http://www.KingPowerMahanakhon.co.th
Instagram, Facebook, YouTube, Twitter: King Power Mahanakhon

(ภาพประกอบโดย mosdcpk, jeejageo)

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.