News And Events

“มิชลิน ไกด์” ผนึกกำลังกับ “ซิตี้แบงก์” เอาใจคนรักอาหารด้วยดินเนอร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ

มิชลิน ไกด์ ประเทศไทย นำเสนอดินเนอร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ “มิชลิน ไกด์ ไดนิ่ง ซีรี่ส์” พิเศษสำหรับซิตี้แบงก์ สร้างประสบการณ์พิเศษกับฝีมือปรุงอาหารระดับโลกฝีมือเชฟระดับดาวมิชลิน 2 ดาว ถึง 3 ท่าน เพื่อรังสรรค์รสชาติสุดพิเศษไม่เหมือนใครให้สมาชิกบัตรเครดิตซิตี้ อัลทิมา และพันธมิตรทางธุรกิจได้ลิ้มลอง

ดินเนอร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟในครั้งนี้มาพร้อมกับธีม “Exploration of the Coasts” จัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ ณ ร้านกากัน ถนนหลังสวน

อีกหนึ่งบทพิสูจน์ความพิเศษของซิตี้แบงก์ในฐานะผู้นำประสบการณ์อาหารระดับไฟน์ไดนิ่ง ดินเนอร์ครั้งนี้เป็นนฝีมือการปรุงอาหารร่วมกันระหว่างเชฟชาวอินเดีย กากัน อนันต์ (Gaggan Anand) จากร้านอาหารกากันซึ่งมีรางวัล 2 ดาวมิชลินเป็นสิ่งการันตีคุณภาพ และเชฟระดับ 2 ดาวมิชลิน แอนโทนิโอ เมลลิโน (chef Antonio Mellino) พร้อมกับลูกชาย เชฟฟาบริซิโอ (chef Fabrizio) จากร้าน ควาต์โตร พาสซี (Quattro Passi) เมืองเนราโน ทางตอนใต้ของประเทศอิตาลี

“นับว่าเป็นปีที่ 2 ที่ซิตี้แบงก์ร่วมเป็นพันธมิตรหลักของมิชลิน ไกด์ ประเทศไทย และในซีรี่ส์นี้ ดินเนอร์ในค่ำคืนนี้ถือว่าสำคัญที่สุด เพราะจัดขึ้นเพื่อแขกคนพิเศษของซิตี้แบงก์โดยเฉพาะ” วีระอนงค์ จิระนคร ภู่ตระกูล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานบุคคลธนกิจ ธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย กล่าวเปิดงานดินเนอร์ครั้งนี้

“ดินเนอร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟครั้งนี้เป็นหนึ่งในประสบการณ์ที่เรามอบให้กับลูกค้าคนพิเศษ และสะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของซิตี้แบงก์ในเรื่องสิทธิประโยชน์ด้านไฟน์ไดนิ่ง ดิฉันหวังว่าทุกท่านจะดื่มด่ำกับรสชาติของอาหารในค่ำคืนนี้ และขอขอบคุณร้านอาหารกากัน ซึ่งเป็นพันธมิตรของซิตี้แบงก์ด้วยเช่นกัน ที่เปิดร้านต้อนรับลูกค้าคนสำคัญของซิตี้ในคืนนี้และรังสรรค์เมนูพิเศษขึ้น”

เชฟทั้งสองเรียกได้ว่าต่างก็เป็นอัจฉริยะในแบบของตนเอง เชฟกากันชอบเสียงดนตรีและการทำอาหารมาตั้งแต่เด็ก และใฝ่ฝันที่จะเป็นเชฟมาตั้งแต่อายุยังน้อย แต่เมื่อเขาบอกใครๆ ว่าอยากเป็นเชฟ กลับถูกล้อเลียน อย่างไรก็ตาม เขาไม่เคยเปลี่ยนความตั้งใจ

เขาย้ายมาอยู่กรุงเทพฯ เมื่อปี 2007 เพื่อทำงานเป็นที่ปรึกษาระยะสั้น และตัดสินใจที่จะอยู่ที่นี่ต่อ ร้านอาหารกากันเกิดขึ้นจากการที่เชฟกากันรู้สึกเบื่อหน่ายงานเก่าของตนเอง และวันหนึ่งระหว่างที่เขาออกไปดื่มกับเพื่อน เขาก็เกิดไอเดียทำธุรกิจขึ้นมา และพันธมิตรทางธุรกิจของเขาก็เห็นด้วยกับไอเดียนี้

เขาเปิดร้านอาหารกากันเมื่อเดือนธันวาคม 2010 และร้านอาหารแห่งนี้ได้รับเลือกเป็นหนึ่งใน The World’s 50 Best Restaurants หลายครั้งตั้งแต่นั้นมา ในปี 2018 เป็นร้านอาหารอันดับ 5 ของโลก ต่อมาร้านอาหารกากันได้รับเลือกเป็นร้านอาหารที่ดีที่สุดในประเทศไทยและในเอเชีย ในการจัดอันดับ Asia’s 50 Best Restaurant นอกจากนี้เชฟกากันเองยังเป็นผู้ถือหุ้นในร้านอาหารระดับมิชลิน อย่างซูริ่ง (Sühring) และ กา (Gaa) อีกด้วย

ส่วนเชฟแอนโทนิโอ เมลลิโน ก็มีความฝันที่จะเปิดร้านอาหารตั้งแต่ยังเด็กเช่นกัน เมื่ออายุได้ 6 ปี เขาย้ายกลับไปอยู่ที่เมืองเนราโน ประเทศอิตาลี กับพ่อแม่ของเขา และในปี 1984 เขาก็ทำความฝันให้เป็นจริงโดยการเปิดร้านอาหาร ควาต์โตร พาสซี ของตัวเอง ซึ่งเขาและฟาบริซิโอ ลูกชายร่วมเป็นเชฟปรุงอาหาร ร้านของเขาตั้งอยู่ที่อ่าวเนราโน ในหมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ บนหาดอะมัลฟี

ณ ร้านอาหารแห่งนี้ เชฟแอนโทนิโอถ่ายทอดความหลงใหลในการทำอาหารอิตาเลียนและความชื่นชอบในรสชาติที่เรียบง่ายแต่มีเอกลักษณ์ สำหรับเขาแล้ว เขามองว่าความหลงใหลในการทำอาหารนั้นถ่ายทอดจากพ่อสู่ลูก

การร่วมงานกันในครั้งนี้ไม่เพียงแต่จะเป็นการก้าวออกมาจากขนบเดิมของทั้งสองซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แต่ยังเป็นการท้าทายขีดจำกัดของตัวเองเพื่อก้าวขึ้นสู่อีกระดับในด้านการทำอาหารอีกด้วย ทั้งสองจะส่งต่อแรงบันดาลใจให้กันและกัน เพื่อสร้างสรรค์อาหารสูตรพิเศษอันมีเอกลักษณ์ในมื้อค่ำนี้

คู่ดูโอพ่อลูกจะนำเทคนิคการทำอาหารสไตล์คัมปาเนียมารังสรรค์อาหารสุดพิเศษ และใช้แรงบันดาลใจที่มาจากการเดินทางท่องเที่ยวไปยังที่ต่างๆ

“การทำงานร่วมกับครอบครัวทำให้ผมได้มีโอกาสเปรียบเทียบฝีมือตัวเองกับฝีมือของรุ่นพ่อ สไตล์การทำอาหารของผมมาจากการสั่งสมประสบการณ์ในหลายประเทศ และประสบการณ์เหล่านั้นเป็นแรงบันดาลใจให้ผม อีกแรงบันดาลใจหนึ่งก็คือความทรงจำในวัยเด็ก ทุกอย่างนั้นถ่ายทอดผ่านอาหารสไตล์นีโอเมดิเตอร์เรเนียน” เชฟฟาบริซิโอ กล่าว
เชฟกากันเชื่อว่าการผสมผสานเทคนิคการทำอาหารทั้งสองแบบและหลอมรวมความคิดสร้างสรรค์ของเชฟทั้งสอง จะทำให้อาหารค่ำมื้อนี้เป็นประสบการณ์ที่มหัศจรรย์

“การร่วมงานกันในครั้งนี้แตกต่างจากมิชลิน ไดนิ่ง ซีรี่ส์ครั้งอื่น ๆ เพราะเมนูนั้นเก็บไว้เป็นความลับ ผมเสนอว่าไม่อยากให้แยกกันทำคนละ 5 อย่าง แต่มาลองทำอะไรใหม่ ๆ ร่วมกัน มองหาวัตถุดิบท้องถิ่นจากแหล่งต่าง ๆ ทั้งบนดินและในน้ำ ด้วยไอเดียนี้เราจึงได้รังสรรค์ประสบการณ์ที่ยิ่งใหญ่ขึ้นมาได้” เชฟกากัน กล่าว

เมนูในค่ำคืนนี้เปี่ยมไปด้วยอาหารเลิศรสที่ปรุงด้วยวัตถุดิบชั้นเลิศ เพื่อเปิดประสบการณ์ด้านอาหารให้แก่ผู้ที่เข้าร่วม ไม่ว่าจะเป็น “Yoghurt Explosion”, “Lick it Up Margherita”, “Cheese Ghewar”, “Charcoal Panzarotto”, “Quail Egg Panipuri”, “Cacio É Pepe”, “Oyster Artichoke”, “Red Mullet Wafer”, “Liquid Tomato Salad”, “Momo Fruitti Di Mare”, “Lamb Chop Pistachio”, “Seabass Paturi”, “Deathstar Crab Curry Risotto”, “Flower Power” หรือ “Dark Side Of the Moon”

ปิดท้ายมื้ออาหารสุดพิเศษด้วยความอิ่มอร่อยกับอาหารชั้นเลิศและเครื่องดื่ม แน่นอนว่ามื้ออาหารนี้จะอยู่ในความทรงจำไปอีกยาวนาน โดยกิจกรรมในครั้งนี้เป็นมื้อปิดท้ายซีรี่ส์อาหารที่มิชลิน ไกด์ ประเทศไทย จัดร่วมกับพันธมิตรในปี 2018

ติดตามข่าวกิจกรรมดี ๆ จากซิตี้แบงก์ได้ในโอกาสต่อไป ที่ http://www.citibank.co.th

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.