Lifestyle+Travel

“โครงการชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี จังหวัดนครนายก วิถีสโลว์ไลฟ์ ไกลห่างมลพิษ”

“โครงการชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี จังหวัดนครนายก วิถีสโลว์ไลฟ์ ไกลห่างมลพิษ” เป็นหนึ่งในโครงการที่เป็นรูปธรรมในการขับเคลื่อนภารกิจภายใต้โครงการ “ไทยนิยม ยั่งยืน” ของรัฐบาล

เป็นแนวคิดการพัฒนา OTOP รูปแบบใหม่ที่เกิดจากการบูรณาการระหว่างชุมชน จังหวัด และภูมิภาค เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว ด้วยการพัฒนาหมู่บ้านควบคู่ไปกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ OTOP ให้มีอัตลักษณ์โดดเด่น โดยให้ขายสินค้าอยู่ภายในชุมชน นำเสน่ห์ ภูมิปัญญา วิถีชีวิต วัฒนธรรม และความคิดสร้างสรรค์มาแปลงเป็นรายได้ ทำให้รายได้กระจายอยู่ภายในชุมชนอย่างทั่วถึง แตกต่างจาก OTOP รูปแบบเดิมที่ผลักดันให้ชาวบ้านนำสินค้าออกไปจำหน่ายภายนอกชุมชน

จังหวัดนครนายกเป็นแหล่งท่องเที่ยวใกล้กรุงเทพฯ ที่มีการเดินทางสะดวกและใช้เวลาไม่มาก มีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจหลากหลาย ทั้งป่าไม้ ขุนเขา น้ำตกที่สวยงาม ธรรมชาติปราศจากมลพิษ วัดวาอาราม วิถีชีวิตตามรอยเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 มีอาหารท้องถิ่นให้ลองลิ้มชิมรสมากมาย

ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี จังหวัดนครนายก มีเป้าหมาย 20 หมู่บ้าน โดยจุดหลักในการพัฒนา คือการค้นหาสิ่งดีๆ ที่มีอยู่จริงในชุมชนออกมาเป็นจุดขาย ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางเข้าไปสัมผัสสิ่งเหล่านี้ โดยผ่านการดำเนินงานที่เน้นให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบและพัฒนาภูมิทัศน์แหล่งท่องเที่ยว ปรับปรุงภูมิทัศน์สองข้างทาง จุดต้อนรับนักท่องเที่ยว จุดถ่ายภาพ ปรับปรุงบริเวณบ้านเรือน ป้ายแผนที่หมู่บ้าน ป้ายบอกทาง เพื่อพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ให้มีความสวยงาม ปลอดภัย มีการอนุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ชุมชน สร้างฐานการเรียนรู้เพื่อสืบสานภูมิปัญญาและอาชีพ พัฒนาสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยว

รวมทั้งเพื่อยกระดับสินค้าให้มีคุณภาพมาตรฐาน ทั้งด้านผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ พัฒนาของฝาก ของที่ระลึก อาหารพื้นถิ่น จัดทำโปรแกรมการท่องเที่ยวให้เหมาะกับแต่ละพื้นที่จัดทำเส้นทางเชื่อมโยงเส้นทางการท่องเที่ยวแต่ละท้องถิ่น เพื่อเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวกระแสหลัก เมืองรอง และชุมชน

บ้านคีรีวัน หมู่ที่ 1 ตำบลศรีนาวา อำเภอเมืองนครนายก

ภูกะเหรี่ยง
เป็นไร่นาสวนผสม เนื้อที่โครงการจำนวน 60 ไร่เศษ แบ่งเป็นที่นา 50 ไร่ สวน 10 ไร่

ภูกะเหรี่ยงเป็นศูนย์เรียนรู้เชิงเกษตรและวัฒนธรรม เน้นการทำนา ทำสวน เลี้ยงสัตว์ ตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 เราจึงได้เห็นทุ่งนาเขียวๆ บ่อเลี้ยงปลา สวนผลไม้ แปลงผัก และมีกิจกรรมเชิงเกษตรให้นักท่องเที่ยวไปทำ อย่างการปลูกต้นกล้า การดำนา การสีข้าว และการทำขนมข้าวยาคู

 

สะพานไม้ เป็นพิกัดที่เที่ยวเช็กอินวิถีธรรมชาติแห่งใหม่ ด้วยโลเคชั่นสุดเก๋ของสะพานไม้ธรรมชาติทอดตัวยาวกลางทุ่งนาสีเขียว

เมนูเด็ด ใครมาที่นี่ต้องลอง ข้าวยาคู และน้ำนมข้าวและต้นข้าวอ่อน ที่ใช้วัตถุดิบจากการเพาะปลูกของที่นี่

ข้าวยาคู (ขนมจากยอดข้าว) เป็นเมนูที่เต็มไปด้วยคุณประโยชน์มากมาย เพราะมีคลอโรฟีลสูง มีสารต้านอนุมูลอิสระ มีคุณค่าทางสารอาหารสูง ใช้ยอดข้าวที่เติบโตประมาณ 14 วัน ยอดข้าวอ่อนนี้จะนำมาสกัดสีเขียวเพื่อให้ขนมมีสีเขียวสด จากนั้นก็นำข้าวที่ปลูกในไร่นาแห่งนี้มาโม่เป็นแป้ง ผสมรวมกับสีเขียวที่ได้จากยอดข้าวอ่อน นำมาทำเป็นขนมข้าวยาคู ทานคู่กับน้ำกะทิ โรยข้าวพอง และงาดำนิดหน่อยเพื่อสร้างสีสัน

เนื้อสัมผัสจะคล้ายๆ พุดดิ้ง แต่มีความเหนียวนุ่ม ลื่นคอ เคี้ยวง่าย กลิ่นหอมติดจมูก ความแตกต่างจากของที่อื่นคือทุกอย่างทำจากข้าว สีเขียวก็มาจากข้าว (บางที่ใช้ใบเตย) แป้งก็โม่เองจากข้าวที่ปลูกในไร่นา

น้ำนมข้าวและต้นข้าวอ่อน ทำจากยอดข้าวอ่อนที่เพาะเอง ใช้ยอดอ่อนอายุ 14 วัน นำมาสกัดเป็นเครื่องดื่มสีเขียวนม กลิ่นหอมยอดข้าว ไม่เหม็นเขียว

พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านรัตนจัน เป็นพิพิธภัณฑ์ที่เก็บสะสมข้าวของเครื่องใช้ในอดีตของบรรพบุรุษ 2 ตระกูล คือ จันลา และ รัตนสุนทร ซึ่งท่านเหล่านั้นเป็นเกษตรกร ช่างไม้และแพทย์แผนโบราณ รวมถึงสิ่งของโบราณที่ได้รับมอบมาจากชาวบ้านใกล้เคียง นำมาจัดแสดงเพื่อสานต่อวัฒนธรรมไทยเวียง (คนลาวจากเวียงจันทน์ที่อพยพมาตั้งถิ่นฐานในไทย)

นอกจากนั้นยังเป็นสถานที่วางจำหน่ายสินค้าทางการเกษตร หัตถกรรม ซึ่งเป็นของที่ผลิตโดยภูกะเหรี่ยงเอง รวมถึงสมาชิกของกลุ่มผู้ผลิตหลายรายในจังหวัดนครนายก

วัดคีรีวัน เดิมวัดคีรีวันชื่อ “วัดสว่างอารมณ์” แต่เมื่อวัดนี้ย้ายไปอยู่ที่ภูเขาแห่งใหม่ จึงตั้งชื่อวัดใหม่ว่า วัดคีรีวัน เพื่อเป็นศิริมงคล จุดที่น่าสนใจเกี่ยวกับวัดแห่งนี้ได้แก่ องค์พระแก้วมรกตองค์จำลอง (วัดคีรีวัน) ประดิษฐานอยู่ในพระวิหารบนยอดเขา ซึ่งเป็นองค์พระแก้วมรกตจำลององค์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก องค์พระแก้วมรกตจำลองนี้ทำจากเรซิ่น ขนาดหน้าตักกว้าง 49 นิ้ว สูง 32.9 นิ้ว น้ำหนัก 1 ตัน มีเครื่องทรงครบทั้ง 3 ฤดู ประดับตกแต่งด้วยเพชรแท้ 7 กะรัต พลอยแท้กว่า 2,000 เม็ดและทับทิมจำนวนมาก

บ้านเขาทุเรียน ตำบลเขาพระ อำเภอเมืองนครนายก

วัดเขาทุเรียนแห่งนี้ สร้างเมื่อประมาณปี พ.ศ.2330 โดยชาวมอญที่อพยพเข้ามาในนครนายก และต่อมาได้รับการปฏิสังขรณ์โดยชาวเวียงจันทน์ ที่อพยพเข้ามาในช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ เดิมมีชื่อว่าวัดหัวเขา แต่ชาวบ้านเห็นว่าบนเขาในบริเวณที่สูงขึ้นไปมีต้นทุเรียนเป็นจำนวนมาก จึงเรียกว่าวัดเขาทุเรียน

ที่สำคัญปูชนียสถานเก่าแก่ของวัด คือ โบสถ์หลังเก่า อายุกว่า 200 ปี เป็นที่เคารพของประชาชนทั่วไปซึ่งปัจจุบันได้บูรณะเป็นวิหาร มณฑป ประดิษฐานรอยพระพุทธบาท พระโพธิสัตว์กวนอิม พระแก้วมรกต พระพุทธชินราช และพระสังกัจจายน์

นอกจากนี้ บริเวณวัดเขาทุเรียนยังมีห้องสุขา ที่มีความสะอาดเอี่ยมน่าใช้ ได้พบกับตัวอาคารที่ตกแต่งด้วยสีชมพู และมีป้ายสุดยอดส้วมแห่งปี 2552

บ้านเขาแดง ตำบลสาริกา อำเภอเมืองนครนายก

ที่มาของชื่อ “เขาแดง” นั้น เพราะวัดนี้ตั้งอยู่ติดเทือกเขาแดง หรือเขาตะขาบชาวบ้านเรียก เขาหล่น หรือเขาแดง เพราะมองดูจะเห็นภูเขาลูกนี้โล้นโล่งเตียน เห็นภูเขาเป็นสีแดง จึงเรียกเขาแดง

วัดเขาแดง ภายในพระอุโบสถของวัดเขาแดงนั้นเป็นที่ประดิษฐานของ พระพุทธนิมิตมงคลหรือหลวงพ่อใหญ่ ปางพระร่วงประธานพร โดยมีความเชื่อว่าถ้าเดินลอดพระอุโบสถจะเป็นการสะเดาะเคราะห์อย่างหนึ่ง

ต้นโพธิ์บริเวณวงเวียนของวัดเขาแดงมีอายุมากกว่าสามร้อยปี เคยได้รับรางวัลชนะเลิศการประกวดต้นไม้ที่มีความใหญ่และสมบูรณ์ที่สุดใน จ.นครนายกในปี 2553 ด้วยขนาดเส้นรอบลำต้น 925 เซนติเมตร ความสูงมากกว่า 40 เมตร

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.