Lifestyle+Travel Review

ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์สู่เส้นทางตามรอยพ่อ ที่จังหวัดสระบุรี

สืบเนื่องจากที่จังหวัดสระบุรี โดย นายเกียรติศักดิ์ ตรงศิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี ได้เปิดตัวโครงการการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์สู่เส้นทางตามรอยพ่อ ไปเมื่อช่วงกลางเดือนกันยายนที่ผ่านมา แอดมินขอพาไปชมกันว่า สถานที่ที่รัชกาลที่ 9 เสด็จประพาสจังหวัดสระบุรี 11 จุด นั้นมีที่ไหนบ้าง

ขอบอกกล่าวสักนิดว่า โครงการนี้ทางจังหวัดสระบุรี โดยสำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดสระบุรี ได้ดำเนินการจัดกิจกรรม “ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์สู่เส้นทางตามรอยพ่อใน 11 จุด 14 โอกาสเสด็จประพาสสระบุรี ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร” เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่และเปี่ยมด้วยพระเมตตาต่อพสกนิกรชาวไทย

โดยเส้นทางตามรอยเสด็จจำนวน 11 สถานที่ ได้แก่ วัดไทยงาม ต.โคกแย้ อ.หนองแค จ.สระบุรี, วัดหนองหมู ต.หนองหมู อ.วิหารแดง จ.สระบุรี, องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย มวกเหล็ก, เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์, วัดพระพุทธฉาย ต.หนองปลาไหล อ.เมือง จ.สระบุรี, บริษัทปูนซีเมนต์ไทย (ท่าหลวง) จำกัด อ.บ้านหมอ จ.สระบุรี, วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร อ.พระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี, วัดศรัทธาประชากร (เขารวก) อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.สระบุรี และวัดมงคลชัยพัฒนา อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.สระบุรี

ส่วนสถานที่ที่แอดมินมีโอกาสเดินทางไปนั้นไปได้แค่ 10 จุด ขาดเพียง บริษัทปูนซีเมนต์ไทย (ท่าหลวง) จำกัด ซึ่งเป็นสถานที่ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เสด็จประพาสสระบุรี ครั้งที่ 2

เริ่มกันที่จุดแรก “วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร” ตั้งอยู่ที่ อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี ซึ่งเป็นสถานที่ที่รัชกาลที่ 9 เสด็จประพาสสระบุรี ครั้งที่ 1, 3 โดยครั้งที่ 1 เสด็จประพาสเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2495 ในการพระราชพิธียกจุลมงกุฎสวมยอดพระมณฑปพระพุทธบาท ส่วนครั้งต่อมา (เสด็จประพาสสระบุรี ครั้งที่ 3) เสด็จประพาสเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2503 เพื่อประกอบพิธีทรงเปิดพระบรมราชานุสรณ์พระเจ้าทรงธรรม และทรงยกช่อฟ้าพระอุโบสถ

ภาพโดย สมศักดิ์ ล่ำพงศ์พันธุ์

จุดที่ 2 บริษัทปูนซีเมนต์ไทย (ท่าหลวง) จำกัด (มหาชน) เป็นการเสด็จประพาสสระบุรี ครั้งที่ 2 เพื่อทอดพระเนตรกิจการของ บริษัท ปูนซีเมนต์ไทย จำกัด ณ โรงงานท่าหลวง

จุดที่ 3 “ฟาร์มโคนมไทย-เดนมาร์ค” อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี เป็นจุดที่รัชกาลที่ 9 เสด็จประพาสสระบุรี ครั้งที่ 4 เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2505 เพื่อทรงทำพิธีเปิดป้ายทดลองและศูนย์ฝึกการเลี้ยงโคนมไทย-เดนมาร์ค

องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อสค.) กำเนิดขึ้นจากการที่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จประพาสยุโรปเมื่อเดือนกันยายน ปีพุทธศักราช 2503 ในการเสด็จทรงประทับแรมอยู่ ณ ประเทศเดนมาร์ค ทรงให้ความสนพระทัยเกี่ยวกับกิจการการเลี้ยงโคนมของชาวเดนมาร์คเป็นอย่างมาก และกลายเป็นจุดเริ่มต้นความสัมพันธ์ว่าด้วยการร่วมมือด้านวิชาการการเลี้ยงโคนมระหว่างประเทศไทยและประเทศเดนมาร์ค

จากนั้นรัฐบาลไทยได้ลงนามความร่วมมือช่วยเหลือทางวิชาการกับรัฐบาลเดนมาร์ค เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2504 โดยเดนมาร์คให้การช่วยเหลือเป็นเงิน 4.33 ล้านโครเนอร์ (หรือประมาณ 23.5 ล้านบาท ในสมัยนั้น) สำหรับดำเนินโครงการเป็นระยะเวลา 8 ปี

ก่อนหน้านั้น นายชอนเดอร์การ์ด ชาวเดนมาร์ค ได้จัดตั้งฟาร์มโคนมและศูนย์ฝึกอบรมการเลี้ยงโคนมในประเทศไทย เมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. 2504 ณ อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระเจ้าเฟรดเดอริคที่ 9 แห่งประเทศเดนมาร์ค ได้ทรงประกอบพิธีเปิดฟาร์มโคนมและศูนย์ฝึกอบรมการเลี้ยงโคนมไทย-เดนมาร์ค อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2505 จึงนับได้ว่าเป็นวันที่มีความสำคัญยิ่งในประวัติศาสตร์ของการเลี้ยงโคนมในประเทศไทย

ต่อมาในปี พ.ศ. 2514 รัฐบาลไทยได้รับโอนกิจการฟาร์มโคนมและศูนย์ฝึกอบรมการเลี้ยงโคนม ไทย-เดนมาร์ค จัดตั้งเป็นรัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีชื่อว่า “องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.)” มี สำนักงานตั้งอยู่เลขที่ 160 ถนนมิตรภาพ อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี เพื่อดำเนินบทบาทในการส่งเสริมการเลี้ยงโคนม และพัฒนาอุตสาหกรรมนมต่อไป รัฐบาลไทยได้กำหนดให้วันที่ 17 มกราคม ของทุกปีเป็นวันโคนมแห่งชาติ

ปัจจุบัน ฟาร์มโคนมไทย-เดนมาร์ค ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของสระบุรี เพราะมีทั้งกิจกรรมท่องเที่ยวภายในฟาร์ม ร้านอาหาร และร้านขายของที่ระลึกครบครัน

จุดที่ 4 “ศาลากลางจังหวัดสระบุรี” เป็นสถานที่ที่รัชกาลที่ 9 เสด็จประพาสสระบุรี ครั้งที่ 5 เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2511 โดยเสด็จพระราชดำเนินมาเพื่อพระราชทานพระพุทธนวราชบพิตรประจำจังหวัด แก่ผู้ว่าราชการจังหวัดและเยี่ยมราษฎร

จุดที่ 5 “วัดพระพุทธฉาย” ตำบลหนองปลาไหล อำเภอเมืองสระบุรี จังหวัดสระบุรี เป็นวัดที่รัชกาลที่ 9 เสด็จประพาสสระบุรี ครั้งที่ 6 เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2516 ในการทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐินส่วนพระองค์

วัดพระพุทธฉาย ตั้งอยู่บนไหล่เขาที่สามารถนำรถขึ้นไปจอดบริเวณลานจอดรถด้านบนได้ในวันธรรมดา หากวันไหนมีคนมาเที่ยวจำนวนมาก หรือเป็นรถโดยสารขนาดใหญ่ ต้องจอดรถไว้ที่ลานจอดรถด้านล่าง ซึ่งรอบๆ มีร้านค้ามากมาย รวมถึงร้านกาแฟบรรยากาศดีริมคลอง แต่ทั้งนี้ต้องระมัดระวังลิงให้ดีๆ เพราะคุณลุงที่เฝ้าลานจอดรถด้านบนบอกว่าลิงที่นี่ชอบฉกฉวยข้าวของ โดยเฉพาะพวกถุงพลาสติกที่มันคิดว่าเป็นอาหาร

สำหรับบนยอดเขานั้นจะมีมณฑปสองยอด ภายในมณฑปประดิษฐานรอยพระพุทธบาทเบื้องขวา ส่วนบริเวณรอบๆ นั้นชมวิวทิวทัศน์ได้สวยงาม

จุดที่ 6 “วัดศรัทธาประชากร (เขารวก)” ตำบลหน้าพระลาน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ เป็นวัดที่รัชกาลที่ 9 เสด็จประพาส 3 ครั้ง และเป็นการเสด็จประพาสสระบุรี ครั้งที่ 7, 9, 12 ดังนี้

เสด็จประพาสสระบุรี ครั้งที่ 7 วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2519 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และพระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จพระราชดำเนินทรงเป็นองค์ประธาน ยกช่อฟ้าพระอุโบสถ และพระราชทานธงลูกเสือชาวบ้าน

เสด็จประพาสสระบุรี ครั้งที่ 9 วันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2520 รัชกาลที่ 9 และพระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จพระราชดำเนินมาทรงผูกพัทธสีมาอุโบสถ พร้อมทั้งทรงปลูกต้นไทรหลวง, ไทรจิก พร้อมพระบรมวงศานุวงศ์ เพื่อราชานุสรณ์

เสด็จประพาสสระบุรี ครั้งที่ 12 วันที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2524 รัชกาลที่ 9 ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐินส่วนพระองค์ และเสด็จพระราชดำเนินมาทรงถวายพระกฐินต้น พร้อมทั้งทรงปลูกต้นมะม่วง เป็นพระราชานุสรณ์


จุดที่ 7 “วัดหนองเขื่อนช้าง” ตำบลหนองยาว อำเภอเมืองสระบุรี เป็นสถานที่ที่รัชกาลที่ 9 เสด็จประพาสสระบุรี ครั้งที่ 8 เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2519 เพื่อทรงประกอบพิธียกช่อฟ้าอุโบสถ และพระราชทานธงประจำรุ่นลูกเสือชาวบ้าน

รัชกาลที่ 9 ยังทรงมีพระบรมราชานุญาตให้ใช้พระปรมาภิไธย “ภปร.” ประดิษฐานบนหน้าบันอุโบสถวัดหนองเขื่อนช้าง รวมทั้งพระราชทานพระบรมฉายาลักษณ์ส่วนพระองค์ ท่านที่ไปเยือนสามารถไปชมได้ภายในอุโบสถ

จุดที่ 8 “วัดไทยงาม” หรือชื่อเดิมคือ วัดพระสนมลาววิหาร เป็นวัดที่รัชกาลที่ 9 เสด็จประพาสสระบุรี ครั้งที่ 10 เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2522 โดยเสด็จพระราชดำเนินมาทรงตัดลูกนิมิตอุโบสถ และทรงเททองหล่อพระประธานประจำอุโบสถ

วัดแห่งนี้มีบันทึกไว้ในหนังสือที่ระลึกวัดสนมลาวว่า พระบรมไตรโลกนาถแห่งกรุงศรีอยุธยาทรงสร้างเมื่อปี พ.ศ.2020-2030 ต่อมาวัดร้างลง จนกระทั่งหลวงพ่อผินะได้ธุดงส์มาถึงจึงได้ทำการบูรณะวัดแห่งนี้ขึ้นมาอีกครั้ง

สำหรับจุดที่ไม่ควรพลาดชมคือภายในพระอุโบสถ ซึ่งมีภาพจิตรกรรมฝาผนังบอกเล่าเรื่องราวครั้งที่รัชกาลที่ 9 เสด็จประพาส รวมทั้งมีมีดที่พระองค์ทรงใช้ตัดลูกนิมิตจัดแสดง

จุดที่ 9 “วัดหนองหมูใต้” ตำบลหนองหมู อำเภอวิหารแดง เดิมทีวัดนี้มีชื่อเรียกว่า วัดแก้วสุกรบวรรัศมี และ วัดแก้วสุกรราษฎร์บำรุงกิจ เป็นวัดที่รัชกาลที่ 9 เสด็จประพาสสระบุรี ครั้งที่ 11 เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2523 เพื่อทรงประกอบพิธียกช่อฟ้าอุโบสถ

ซึ่งอุโบสถของวัดหนองหมูใต้ สร้างขึ้นในสมัยพระครูจันทรธรรมคุณ เป็นเจ้าอาวาส โดยมีนายทองต่อ ตาปนานนท์ บริจาคที่ดินสร้างอุโบสถ จำนวน 5 ไร่ และได้จัดงานวางศิลาฤกษ์ เมื่อวันที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2520 ต่อมาในปี พ.ศ. 2523 ได้กราบบังคมทูลใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท อัญเชิญพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯ เป็นองค์ประธาน

ในการเสด็จประพาสครั้งนั้นยังทรงปลูกต้นโพธิ์ ต้นไทร และต้นพิกุล หน้าอุโบสถ และทางวัดหนองหมูใต้ได้ขอพระราชทาน พระปรมาภิไธยย่อ ภ.ป.ร. เพื่อประดิษฐานหน้าบรรณอุโบสถทั้งสองด้าน และได้ประกอบพิธีอัญเชิญขึ้นประดิษฐานที่หน้าบรรณอุโบสถ เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2528

นอกจากจุดที่น่าสนใจภายในวัดแล้ว ชาวเทศบาลหนองหมูยังมีผลิตภัณฑ์ชุมชนให้เลือกซื้อหามากมาย ทั้งสบู่ น้ำยาปรับผ้านุ่ม แชมพูสมุนไพร และกระยาสารทน้ำอ้อย ซึ่งหากใครติดใจ ทางกลุ่มสตรีตำบลหนองหมูบอกว่าสามารถหาซื้อได้ตอนมาออกร้านในงานต่างๆ ที่เมืองทองธานีค่ะ

จุดที่ 10 “วัดมงคลชัยพัฒนา” ตำบลห้วยบง และตำบลเขาดินพัฒนา อำเภอเฉลิมพระเกียรติ เป็นสถานที่ที่รัชกาลที่ 9 เสด็จประพาสสระบุรี ครั้งที่ 13 เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2536 เพื่อทรงบำเพ็ญพระราชกุศล ทรงพระราชอุทิศถวายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยหินขาว

ภายในยังมี “โครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณวัดชัยมงคลพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดสระบุรี” ดำเนินงานโดย มูลนิธิชัยพัฒนา ร่วมกับกรมวิชาการเกษตร ซึ่งน้อมรับพระราชดำริทำการทดสอบ ดำเนินการพัฒนาด้านการเกษตรตามแนวทฤษฎีใหม่

จุดที่ 11 “เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์” ในพื้นที่อำเภอวังม่วง จังหวัดสระบุรี และอำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี เป็นสถานที่ที่รัชกาลที่ 9 เสด็จประพาสสระบุรี ครั้งที่ 14 เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2542 เพื่อทรงเปิดเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์

เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เป็นเขื่อนดินกักเก็บน้ำที่ยาวที่สุดในประเทศไทย โดยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ได้พระราชทานพระราชดำริเมื่อ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2532 ให้กรมชลประทานศึกษาความเหมาะสมของโครงการเขื่อนกักเก็บน้ำแม่น้ำป่าสักอย่างเร่งด่วน เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำ เพื่อประโยชน์ต่อพื้นที่เพาะปลูก และบรรเทาปัญหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นเป็นประจำในลุ่มน้ำป่าสัก เป็นผลสืบเนื่องมายังเขตกรุงเทพมหานคร และเขตปริมณฑลด้วย ซึ่งนำความเดือนร้อนมาให้ราษฎรเกือบทุกปี

ต่อมาคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติให้ดำเนินการก่อสร้างเขื่อน เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2537 โครงการนี้ใช้เวลาก่อสร้าง 5 ปี ระหว่าง พ.ศ. 2537 – 2542 และพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ได้ทรงพระกรุณาพระราชทานนามเขื่อนนี้ว่า “เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์” อันหมายถึง “เขื่อนแม่น้ำป่าสักที่เก็บกักน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ได้เริ่มเก็บกักน้ำครั้งแรกเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2541 ซึ่งรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ทรงพระกรุณาเสด็จพระราชดำเนินมาทรงเป็นประธานในพิธี

บริเวณลานจอดรถจะมีร้านขายของ รวมถึร้านให้เช่าจักรยานสำหรับคนที่อยากออกกำลังกายชมวิวบนสันเขื่อน

ส่วนบริเวณใกล้เคียงกันยังมี พระพุทธรัตนมณีมหาบพิตรชลสิทธิ์มงคลชัย หรือหลวงปู่ใหญ่ป่าสัก ให้ได้แวะสักการะ ถ่ายภาพเป็นที่ระลึกด้วย พระพุทธรูปองค์นี้เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย มีขนาดตักกว้าง 9 เมตร ความสูง 14 เมตร จัดสร้างขึ้นเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวโรกาสปีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550

#ตามรอยพ่อร9สระบุรี #สระบุรี #ตามรอย14โอกาส11จุดสระบุรี

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.