Lifestyle+Travel

ปาร์คนายเลิศ จัดทริป “สมันเตาสัญจร ครั้งที่ 2” พาย้อนรอยอดีต

ปาร์คนายเลิศ จัดทริปสมันเตาสัญจร ครั้งที่ 2 ตอนแกะรอยความลับผ่าน บ้าน-วัด-วัง นำนักท่องเที่ยวและสื่อมวลชนเยี่ยมชมบ้านปาร์คนายเลิศ วัดอรุณราชวรารามฯ และมิวเซียมสยาม

คุณเล็ก ณพาภรณ์ โพธิรัตนังกูร

ครั้งนี้ คุณเล็ก ณพาภรณ์ โพธิรัตนังกูร กรรมการผู้จัดการ บริษัท สมบัติเลิศ จำกัด ในเครือนายเลิศกรุ๊ป ให้การต้อนรับคณะในฐานะที่เป็นเจ้าบ้านและทายาทรุ่นที่ 4 ของนายเลิศ เศรษฐบุตร (พระยาภักดีนรเศรษฐ) กล่าวถึงที่มาของการจัดทริปสมันเตาสัญจรนี้ว่า

“สมันเตาสัญจรในปีนี้เราจัดเป็นครั้งที่ 2 เป็นการท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรมที่ได้แรงบันดาลใจมาจากวิถีชีวิตของคุณทวดหรือนายเลิศ เศรษฐบุตร ซึ่งคนส่วนใหญ่จะรู้จักนายเลิศจากการเป็นผู้ริเริ่มธุรกิจหลายอย่างเป็นครั้งแรกในไทย เช่น รถเมล์ขาว ห้างนายเลิศ โรงน้ำแข็ง โรงแรม  “โฮเตลเดอลาเป” (Hotel De La Paix) โดยไอเดียการทำธุรกิจต่างๆนั้น ส่วนหนึ่งมาจากการที่นายเลิศได้ไปเห็นโลกกว้างจากการท่องเที่ยวผจญภัย ซึ่งท่านมีความเชี่ยวชาญในการเดินเรือทั้งในแม่น้ำและในทะเล ชอบทัศนาจรกับมิตรสหาย ด้วยการขับเรือไปยังที่ต่างๆ สมันเตาสัญจรจึงเป็นกิจกรรมที่สืบสาน วิถีชีวิตของนายเลิศและให้นักท่องเที่ยวได้มาสัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ไม่เหมือนเดิม”

สมันเตาสัญจร ครั้งที่ 2 ตอน แกะรอย บ้าน-วัด-วัง มุ่งเน้นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเฮอริเทจ (Heritage) ซึ่งโดดเด่นด้วยศิลปะเชิงอนุรักษ์ที่บอกเล่าประวัติศาสตร์ไทย ผ่านมุมมองใหม่ๆ ที่ไม่เหมือนใคร หรืออาจไม่เคยได้ยินมาก่อน

หลุมหลบภัยภายในบ้านปาร์คนายเลิศ

เริ่มต้นสถานที่แรกคือ บ้านปาร์คนายเลิศ เป็นเรือนรับรองที่นายเลิศ (พระยาภักดีนรเศรษฐ) ได้วาดแบบและแผนผังด้วยตนเองจากถ่านไม้ลงบนพื้น สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2458 บนพื้นที่ทุ่งนาขนาดใหญ่หรือที่เรียกว่าทุ่งบางกะปิ ตัวบ้านเป็นเรือนไม้สักหลังใหญ่อายุกว่า 100 ปี บนผืนดินอันร่มรื่นใจกลางกรุงเทพฯ เป็นจุดเริ่มต้นตำนานของนายเลิศอันยิ่งใหญ่และมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์

ผู้ที่มาเยี่ยมชมบ้านปาร์คนายเลิศจะได้เห็นวิถีการใช้ชีวิตและวิธีคิดที่ผสมผสานทั้งเก่าและใหม่ จนเกิดเป็นเอกลักษณ์ในการดำเนินชีวิตร่วมสมัย สะท้อนผ่านสิ่งของเครื่องใช้และสถาปัตยกรรมของบ้านที่ยังคงสภาพดีสมบูรณ์และหาดูได้ยากยิ่ง อาทิ ขันทองเหลืองตักบาตรขนาดใหญ่ที่ใช้ใส่ข้าวสวยสำหรับตักบาตรพระกว่าร้อยรูป ถ้ำน้ำชาโบราณสำหรับใส่น้ำชาเลี้ยงคนในบ้านและแขกของคุณหญิงสิน (ภรรยาของนายเลิศ)

พระสมเด็จอายุกว่า 100 ปี ที่ขุดพบใต้เสาเอกของบ้าน

นอกจากนี้ยังตื่นตาตื่นใจกับพระสมเด็จอายุกว่า 100 ปี ที่ประเมินค่ามิได้ ขุดพบใต้เสาเอกของบ้าน ชุดเครื่องถ้วยลายครามเก่าแก่ blue&white ไม้เท้าของสะสมนายเลิศ ห้องแสดงเสื้อผ้าและของใช้คุณหญิงเลอศักดิ์ สมบัติศิริ ผู้เป็นบุตรสาวคนเดียวของนายเลิศ เศรษฐบุตร หรือพระยาภักดีนรเศรษฐ อดีตเจ้าของโรงแรมสวิสโซเทลปาร์คนายเลิศ และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมหญิงคนแรกของไทย

นอกจากนี้ยังมีเรือเมล์ขาวและรถเมล์ขาวที่จัดแสดงอยู่ในบริเวณบ้านปาร์คนายเลิศอีกด้วย ปัจจุบันบ้านปาร์คนายเลิศได้เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์มีชีวิต (Living Museum) ให้บุคคลทั่วไปและนักท่องเที่ยวสามารถเข้าเยี่ยมชมได้ทุกวันพฤหัสบดีและวันศุกร์

ในช่วงบ่ายทางคณะสมันเตาสัญจร เดินทางไปเยี่ยมชม วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร หรือวัดอรุณ ทริปนี้มีความพิเศษยิ่งเนื่องจากพระมหาบุญรุ่ง สิริโชติ ผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดอรุณราชวราราม ได้มาเป็นวิทยากรเล่าเรื่องราวและเกร็ดความรู้ต่างๆ ของวัดอรุณให้คณะสมันเตาสัญจรได้รับฟัง

วัดอรุณ เป็นพระอารามหลวงประจำรัชกาลที่ 2 พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย พระปรางค์วัดอรุณฯ นับได้ว่าเป็นพระปรางค์ที่ยิ่งใหญ่และสง่างามที่สุดแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ สร้างขึ้นโดยโยงกับความเชื่อเรื่องเขาพระสุเมรุ ซึ่งหมายถึงศูนย์กลางแห่งจักรวาล โดยรอบพระปรางค์มีพลแบก (ยักษ์และเทวดา) และถ้วยชามกระเบื้องจากจีนซึ่งมีลวดลายงดงามเป็นของเก่าแก่และหายาก โดยได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์เรื่อยมาจนถึงสมัยรัชกาลที่ 5

พระมหาบุญรุ่ง สิริโชติ ผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดอรุณราชวราราม

ภายในพระอุโบสถมีพระพุทธธรรมมิศรราชโลกธาตุดิลก เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย แบบศิลปะสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นประดิษฐานอยู่ ซึ่งกล่าวกันว่ารัชกาลที่ 2 ทรงปั้นวงพระพักตร์พระพุทธรูปองค์นี้ด้วยพระองค์เอง และใต้พระพุทธอาสน์พระพุทธธรรมิศราชโลกธาตุดิลกนี้ยังเป็นที่บรรจุพระบรมอัฐิในรัชกาลที่ 2 อีกด้วย นอกจากนี้จะสังเกตเห็นได้ว่ามีลวดลายดอกพุดตานอยู่บนผนังซึ่งเป็นการวาดด้วยมือของช่างในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น อาจเรียกได้ว่าเป็นลายวอลเปเปอร์ในยุคแรกๆ

หนึ่งในนิทรรศการที่จัดแสดงในมิวเซียมสยาม

สถานที่สุดท้ายที่คณะสมันเตาสัญจรไปเยือนคือ มิวเซียมสยาม เคยเป็นที่ตั้งของวังบริเวณท้ายวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามซึ่งเป็นวังของโอรสในรัชกาลที่ 3 ตัวอาคารมีรูปแบบทางสถาปัตยกรรมทรงโคโลเนียลออกแบบ โดยนายมาริโอ ตามานโญ (Mario Tamagno) สถาปนิกชาวอิตาเลียน จากนั้นมาเป็นอาคารกระทรวงพาณิชย์ อายุกว่า 80 บัดนี้ได้รับการบูรณะซ่อมแซมใหม่ จนปัจจุบันได้กลายเป็น “มิวเซียมสยาม” พิพิธภัณฑ์เพื่อการเรียนรู้แนวใหม่ แห่งแรกของประเทศไทย ภายใต้การดูแลของสถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ

หนึ่งในนิทรรศการที่จัดแสดงในมิวเซียมสยาม

สำหรับบุคคลทั่วไป นักท่องเที่ยวหรือกลุ่มคณะบุคคลที่สนใจเข้าร่วมทริปสมันเตาสัญจร จัดโดยปาร์คนายเลิศในครั้งต่อไป สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ โทร. 02​ 253 0123 หรือ Email: guide@nailertgroup.com

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.